คุยนอกรอบ กับ ว่านไฉ อาสาพาไปหลง : ย่างก้าวต่อไปที่อยากเป็นให้มากกว่าคนพาเที่ยว

คุยนอกรอบ กับ ว่านไฉ อาสาพาไปหลง

        จากจุดเริ่มต้นที่อยากเปลี่ยนให้การเดินทางท่องเที่ยวที่ตัวเองชื่นชอบกลายเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ จึงทำให้ ว่านไฉ-อคิร วงษ์เซ็ง ตัดสินใจยุติบทบาทมิวสิคโปรดิวเซอร์มาลุยงานคอนเทนต์ครีเอเตอร์ในสายท่องเที่ยวแบบเต็มตัว ด้วยทุนรอนไม่มากมายกับกล้องคู่ใจไม่กี่ตัวก็ทำให้เกิดรายการท่องเที่ยวแบบอิมโพรไวส์ที่ใครได้ดูก็ต้องตกหลุมรักในความบ้า ความฮา และสไตล์การเล่าเรื่องแบบมันๆ อันเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร จากวันแรกที่เริ่มต้นจนถึงวันนี้ผ่านมากว่า 6 ปีแล้ว หลังจากนี้ ‘อาสา พาไปหลง’ จะเติบโตไปในทิศทางไหน วันนี้ว่านไฉอาสามาอัพเดทให้เราฟัง รวมถึงแผนการต่อไปที่เขาเปิดใจกับเราว่า อยากจะเลื่อนขั้นจากคนพาไปเที่ยวเป็นเจ้าของสถานที่ท่องเที่ยวบ้างแล้วล่ะ

 

จากวันแรกจนถึงวันนี้ 6 ปีแล้ว ‘อาสา พาไปหลง’ เปลี่ยนไปยังไงบ้าง

“ผมว่ามุมมอง สำคัญที่สุดคือมุมมองของคนเล่าเรื่องก็คือผมนี่แหละ เมื่อก่อนมันตื่นเต้น ตื่นเต้นทุกอย่างเพราะผมเริ่มเดินทางเริ่มทำรายการโดยที่ยังเดินทางไม่ได้เยอะมาก แล้วมันตื่นเต้น เจออะไรมันก็ตื่นเต้นไปหมด เมื่อก่อนเจออะไรก็ตื่นเต้นแล้วก็เล่า มันจะเป็นมุมแค่ของตัวเราไงครับ แต่ ณ วันนี้เราโตขึ้น เราเป็นคนเล่าเรื่องมากยิ่งขึ้น มันเลยกลายเป็นมุมมองในแบบที่เล่าให้เพื่อนฟังมากกว่า ซึ่งเพื่อนก็คือคนดูนี่แหละครับ คือผมเชื่อว่าคนดูยังตื่นเต้นอยู่ ตื่นเต้นกับที่ใหม่ๆ บางที่เราอาจจะเคยไปแล้วแต่คนดูอาจจะยังไม่เคยไป เวลาหาเรื่องมาเล่าเราก็จะคิดว่าคนดูชอบแบบไหน เขาน่าจะอินแบบไหน เขาน่าจะตื่นเต้นกับแบบไหน เขาน่าจะตื่นเต้นแบบที่เราเคยตื่นเต้นเมื่อก่อนแน่ๆ เลยถ้าเราเล่าแบบนี้ ซึ่งมุมมองตรงนี้มันทำให้เราเป็นนักเล่าเรื่องที่ดีขึ้นครับ”

 

อาสาพาไปหลง

 

6 ปีในฐานะคอนเทนต์ครีเอเตอร์มันให้อะไรกับเราบ้าง

“ให้เยอะมากๆ เลยครับ มันคือจุดเริ่มต้น จุดเปลี่ยนชีวิต ผมโตมาแบบที่ไม่ได้มีสตางค์เยอะเนอะ อาชีพนี้มันทำให้มีรายได้เยอะขึ้น ได้จุนเจือครอบครัวได้อย่างดี ชีวิตเปลี่ยน แล้วก็อีกเรื่องคือทำให้ผมได้รู้จักคน ไม่ใช่แค่ทั่วไทยแต่ว่าเป็นทั่วโลก เราได้รู้จักคน รู้จักจนสนิทชิดเชื้อเลยก็มี รู้จักจนได้มุมมองใหม่ๆ เป็นล้านๆ มุมมอง มันทำให้เราเปิดกว้างขึ้น ณ วันนี้ผมสนุกกับการเดินทาง ไม่ใช่แค่ออกไปเล่าเรื่องอย่างเดียว แต่มันสนุกแบบผู้ใหญ่ตรงที่ตรงนี้มันเป็นธุรกิจใหม่ๆ ได้ ยังมีอีกหลายอย่างที่มันต่อยอดเป็นธุรกิจได้จากการเดินทาง อย่างตอนนี้อาสาพาไปหลงก็เริ่มทำทัวร์ เปิดบริษัททัวร์ เรารู้สึกว่าเราสนุกตรงที่เราเคยมีแววตาที่ออกไปเจอที่ใหม่ๆ แล้วมันมีประกายในแววตาตัวเอง ณ วันนี้ก็อยากเอาแววตาตรงนี้ไปใส่ให้คนอื่นที่จะไปเที่ยว ซึ่งเราสามารถไกด์เขาได้ เราอยากได้เห็นแววตานั้นจากคนที่เราไกด์เขาไปครับ”

 

อาสาพาไปหลง

 

มีช่วงเบิร์นเอาต์ (Burnout) บ้างไหม

“โห เบิร์นเอาต์บ่อยมาก แต่ตอนนี้หายแล้ว ผมเบิร์นเอาต์เป็นสิบๆ ครั้งครับ คอนเทนต์ครีเอเตอร์จะเบิร์นเอาต์ก็ต่อเมื่อยอดไม่ดี เอนเกจเมนต์ (Engagement) ไม่ดี อยู่ดีๆ ฟีดไม่ขึ้น แพลตฟอร์มไม่ดันคลิปนั้นๆ แล้วมันจะเหมือนคนบ้าเลยครับ เพราะว่าเราลงเป็นวีคลี่ วีคละสองตัวครับ ตัวที่ยอดดีก็จะ เอ๊ย สดชื่นจังเลย มีความสุขจังเลย พออาทิตย์ถัดมายอดไม่ดี โห เศร้า คนดูไม่ชอบ ผมว่าพอเป็นอย่างนี้เรื่อยๆ มันทำให้เราเสียสุขภาพจิต ผมต้องพบจิตแพทย์เลยนะในช่วงหนึ่ง แต่อย่างที่บอกว่าทำมานานแล้ว มันผ่านตรงนั้นไป พอเรามองผ่านมาอีกสเต็ปหนึ่ง เรามองว่ามันเป็นสแตท (Stat) ครับ ไม่ต้องไปซีเรียสกับมันมาก แต่ใช้มันเป็นสแตทในการพัฒนาต่อไปครับ”

 

อาสาพาไปหลง

 

ณ วันนี้อะไรคือสิ่งที่ยากที่สุดในการทำ ‘อาสา พาไปหลง’

“การต่อสู้กับโลกใบใหม่ที่มันหมุนทุกวัน คือแพลตฟอร์มมันเยอะขึ้น แล้วอัลกอริทึมของแต่ละแพลตฟอร์มก็เปลี่ยนตลอดเวลาครับ เพราะฉะนั้นผมกล้าพูดเลยว่าวันนี้ถ้าทำคนเดียวนะ เราไม่สามารถสู้กับแพลตฟอร์มทั้งหมดได้ เพราะว่ามันทำงานกันคนละแบบ ทำให้โชว์ในฟีด ขึ้นฟีดของแต่ละแพลตฟอร์มก็คนละแบบ เราทำวิดีโอเหมือนกันแล้วลงทุกแพลตฟอร์มมันทำไม่ได้ครับ อันนี้ก็คือความยาก คือมันเปลี่ยนตลอดเวลา และพอเราทำมาหกปีเนอะ มันไม่สามารถทำทางแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งได้แล้ว เราต้องทำให้มันครบเพื่อที่เสิร์ฟคนดูให้มันครบ เมื่อก่อนคนดูของเราอยู่ใน Facebook อยู่ใน Youtube แต่วันนี้เขาย้ายไป Tiktok หมดแล้ว คนเล่นเฟซน้อยลง เราก็ต้องเรียนรู้ ต้องเรียนรู้ตลอดเวลาครับ”

 

อาสาพาไปหลง

 

มีสถานที่ไหนที่เคยไปแล้วรู้สึกว่าแปลกบ้างไหม เล่าให้เราฟังหน่อย

“ผมไปหลายประเทศ มันแปลกคนละอย่าง ขอเล่าอินเดียแล้วกันครับ อินเดียนี่ไม่ได้แปลกสำหรับเขา แต่แปลกสำหรับเรา แล้วแปลกตรงที่คนไทยชอบใจในการที่ดูคอนเทนต์แล้วเหมือนไปบูลลี่เขา คอนเทนต์เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ที่โผล่มาใน Tiktok บ้าง ใน Facebook บ้าง มันมีแต่บูลลี่สกปรก ซึ่งมันก็มีมุมสกปรกจริงๆ แต่ว่ามันก็มีมุมที่ไม่สกปรกด้วย มันมีร้านอาหารที่อร่อย ทำโอเค ตัวผมเองไปแล้วรู้สึกอิน มันมีความสนุก ตลก คือสกปรกมันก็มีครับ แต่มันมีมุมที่มีเสน่ห์เยอะกว่า แต่คนเลือกที่จะเล่าเรื่องแค่อาหารสกปรก นั่นคือเรื่องแปลก คนที่คอมเมนต์หรือว่ามาสนับสนุนการบูลลี่ สนุกกับการบูลลี่ ผมว่าประมาณเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ถึงร้อยเปอร์เซ็นต์นะ ไม่เคยไป ไม่เคยไปสัมผัส ไม่เคยเปิดใจ แล้วก็จะมองอินเดียอยู่ในมุมแคบๆ ที่เรามองแค่นั้นเอง ผมอยากให้ลองนะ คือทุกคนทำคอนเทนต์ครีเอเตอร์ได้ ลองเล่าในมุมสนุกเพื่อให้มุมมองของคนที่ไม่เคยไปเขาได้เห็นอินเดียในหลากหลายมุมที่มันมีเสน่ห์ดูครับ”

 

อาสาพาไปหลง

 

ถึงตอนนี้คิดว่า ‘อาสา พาไปหลง’ ประสบความสำเร็จแล้วหรือยัง

“ประสบความสำเร็จมันคือแต่ละช่วงวัยครับ มันผ่านคำว่าประสบความสำเร็จมาสองทีสามทีแล้วล่ะ คนติดตามเพิ่มเป็นล้านก็ผ่านมาแล้ว มีบริษัท เป็นเจ้าของบริษัท วางแผนธุรกิจเซ็ตทีมก็ผ่านมาแล้ว ประสบความสำเร็จไปแล้ว รายได้ก็ประสบความสำเร็จไปแล้ว แต่ว่าในช่วงเวลาเหล่านั้นที่ผ่านคำว่าประสบความสำเร็จ มันก็ผ่านการไม่ประสบความสำเร็จมาด้วยเช่นเดียวกัน แล้วแต่ว่าจะมองยังไง มันคงไม่ประสบความสำเร็จตลอด มันเป็นกราฟแหละ มีความขึ้นๆ ลงๆ ซึ่งโกลต่อไปที่อยากจะประสบความสำเร็จก็คือได้ใกล้ชิดกับชุมชนมากขึ้น ได้ต่อยอดไปธุรกิจใหม่ๆ ที่มันสร้างรายได้ไม่ใช่แค่กับเราคนเดียว แต่สร้างรายได้ให้กับทุกคนที่เกี่ยวข้อง คนในชุมชน อยากแปลงสถานะตัวเองจากคนพาไปเที่ยวเป็นเจ้าของสถานที่ท่องเที่ยวครับ”

 

อาสาพาไปหลง

 

เดี๋ยวนี้มีรายการท่องเที่ยวในออนไลน์เกิดขึ้นเยอะมาก อะไรทำให้เรายังครองใจคนดูได้ถึงวันนี้

“ผมมีหลักยึดคือความแฟร์ครับ อย่าดูถูกคนดู อย่าดูถูกลูกค้า คนดูสำคัญกับเรามาก และลูกค้าก็สำคัญกับเรามาก บางคนทำไปสักพักหนึ่งเขาจะคิดถึงแค่ตัวเองอย่างเดียว อันนี้ทำให้อยู่ได้ไม่นานครับ เราต้องมองว่าวันนี้คนดูชอบแบบนี้ แต่ไม่ได้แปลว่าเขาจะชอบตลอดไป และเขาไม่ได้จะดูเราตลอดไป เราจะต้องโตไปด้วยกันกับเขา บางทีเราโตขึ้นมาอย่างเดียวแล้วลืมพาคนดูโตไปด้วยกัน มันก็จะอยู่แค่นั้น อย่างลูกค้าก็อย่าได้ไปดูถูกเขา อย่าคิดว่าเราดังแล้วเขาจะมาใช้เราตลอดเวลา เพราะฉะนั้นอย่าได้ดูถูกใคร แล้วก็รวมถึงอย่าดูถูกตัวเองด้วย อย่าคิดแค่ว่าฉันทำได้แค่นี้ แล้วฉันก็จะทำอยู่แบบนั้น การดูถูกตัวเองน่ากลัวที่สุดเพราะมันจะทำให้หมดไฟเร็วมากครับ”

 

อาสาพาไปหลง

 

เป้าหมายต่อไปของ ‘อาสา พาไปหลง’ คืออะไร

“ผมอยากทำโรงแรมครับ ผมอยากเป็นคนตัวเล็กๆ ที่สร้างแลนด์มาร์กได้ เพราะว่าแต่ละชุมชนพอเกิดแลนด์มาร์กขึ้นมันก็จะเริ่มบูมจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นมาได้จริงๆ เราอยากสร้างคอมมูนิตี้ในจังหวัด อย่างเมืองรองที่ไม่ค่อยมีใครไปเที่ยว พอมันเกิดสถานที่ท่องเที่ยวที่แรกมันจะเกิดรายได้เข้าชุมชนครับ คือมันเป็นบิสสิเนสโมเดลที่เราคิดไว้ ชาวบ้านก็ได้รายได้ คนเที่ยวก็ได้ที่ใหม่ๆ ในการเดินทาง อันนี้คือความฝันสูงสุดของอาสาพาไปหลง ผมว่ามันเป็นมุมที่มีแต่ความสุข เป็นธุรกิจที่มีแต่ความสุขครับ”

 

Writer

Au Thitima

Content Creator ผู้รักในการอ่าน ชอบในการเขียน และคลั่งไคล้สัตว์สี่ขาที่เรียกว่าแมว