รายละเอียดชมนาดบุ๊คไพร้ซ์
logopps
logoWoman
logoAsianmanga
rainbow_logo

more >> 


Harry Potter เรื่อง ราวของเด็กชายผู้รอดชีวิต

จากนิยายชื่อดัง...สู่ปรัชญาแห่งชีวิต
โดย รัฐปกร




วิจารณ์วรรณกรรมไทยวันนี้ เรื่องที่จะนำมาไขข้อความคิดสู่ผู้อ่านในมุมมองของการวิจารณ์อาจจะแปลกไปซักนิดนึง ที่ผ่านมา หนังสือส่วนใหญ่ที่เราวิจารณ์ก็จะได้แก่พวก นิยาย วรรณกรรม สารคดี แต่สำหรับวันนี้ ผมขอหยิบยกเอาหนังสือเล่มหนึ่ง ซึ่งเขียนโดยคุณพ่อ(บาทหลวง)บุญชรัสมิ์ สุขสว่าง ที่ถูกเขียนขึ้นเพื่อให้ในการทำสารนิพนธ์ ของสาขาวิชาปรัชญาและศาสนา วิทยาลัยแสงธรรม และเรื่องนี้มีชื่อว่า “Harry Potter เรื่องราวของเด็กชายผู้รอดชีวิต”

 

ซึ่งในหนังสือเล่มนี้ ไม่ได้จะมานำเสนอมุมมองหรือช่วงตอนที่สนุกสนานในวรรณกรรมแฮร์รี่ พอตเตอร์แต่อย่างใด แต่จะมานำเสนอเรื่องราวของแฮร์รี่ กับสิ่งต่างๆที่เด็กชายได้ประสบ ซึ่งจะถ่ายทอดออกมาในเชิงของ “ปรัชญา” ว่านิยายเวทมนตร์อย่างแฮร์รี่ จริงแล้ว เมื่อเปรียบเทียบในเชิงปรัชญาของชีวิต มันก็ไม่ต่างอะไรกับความเป็นอยู่ของเราซักนิดเลย

 

ผมเชื่อว่านักอ่านหลายคนที่กำลังไล่อ่านตัวอักษรในคอลัมน์วิจารณ์วรรณกรรม เกินครึ่ง คงจะมีโอกาสได้อ่านแฮร์รี่กับมาบ้างเลย ซึ่งอาจจะน้อยจะมากก็แล้วแต่ความชอบของคน อย่างผม ผมอ่านแฮร์รี่แค่เพียงห้าตอน พอจบตอนที่ห้า ผมก็ไม่อยากอ่านตอนที่หกแล้ว เพราะรู้สึกเริ่มเบื่อ...

 

อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะแฮร์รี่ตั้งแต่ภาคแรก เล่มหนึ่ง เรื่องศิลาอาถรรพ์ หรือจนกระทั้งภาคสุดท้าย เล่มเจ็ด เครื่องรางยมทูต ทุกตอนล้วนแต่มีข้อคิดที่ชวนให้ฉงนใจได้ตลอด แต่ในฐานะของนักอ่านทั่วไป ก็คงจะไม่ได้เอาตัวละคร หรือความคิดของตัวละคร มานั่งวิเคราะห์ เราก็แค่อ่านพอผ่านเพื่อให้เกิดความสนุกไปอย่างนั่น  ่มหนึ่ง เรื่องศิลาอาถรรพ์ หรือจนกระทั้งภาคสุดท้าย เล่มเจ็ด เครื่องรางยมฑูต กเริ่มเบื่

 

แต่ถ้าเราหยุด แล้วคิดซักนิดถึงตอนบางตอน หรือตัวละครบางตัวว่า “ทำไมถึงต้องเป็นแบบนั้น” หรือ “มันเป็นเพราะอะไร” ที่สำคัญ “ในชีวิตของเราสิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นหรือเปล่า” และสุดท้ายเราก็จะได้คำตอบจากแนวคิดของแฮร์รี่

 

เราอาจมีคำถามที่เกิดขึ้นภายในใจว่า สรุปแล้ว “โลกของแฮร์รี่ พอตเตอร์มีจริงหรือไม่”  คำถามนี้ อาจตอบได้ยาก เพราะเราไม่เคยไม่สัมผัสสิ่งเหล่านั้นเลย อย่างเช่น โรงเรียนฮอกวอตส์ มีใครเคยไปหรือเปล่า หรือธนาคารกริงสก็อต ที่ซ่อนตัวอยู่ในพื้นดินกรุงลอนดอน และไหนจะชานชลา 9 เศษ 3 ส่วน 4 มันอยู่ตรงไหนของสถานีรถไฟก็หนอ???

 

แต่ถ้าเรามองในเชิงอภิปรัชญา หรือที่เราเรียกกันว่ามองด้วยความจริง สิ่งต่างๆที่ J.K Rolling บรรจงเขียนขึ้นมา มันคือสิ่งที่เป็นจุดเชื่อมต่อของโลกเรานั่นเอง

 

อย่างเช่นตรอกไอแอกอน แฮร์กริด แค่เดินไปที่หลังหม้อใหญ่รั่วและเคาะกำแพงสามก้อน จากนั้นก้อนอิฐที่เรียงกันเป็นกำแพงก็ค่อยๆถะลายลงมา โหว่เป็นช่องกว้างแล้วกลายเป็นซุ้มประตูที่มีเบื้องหน้าคือ ตรอกไอแอกอน ซึ่งนั่นแปลว่า โลกของเรา กับตรองไอแอกอน ไม่ได้อยู่ไกลกันเลย เพียงแต่มีกำแพงประหลาดที่กันทั้งสองโลกเอาไว้แค่นั่นเอง แฮร์กริดไม่ได้นั่งจรวดออกไปนอกโลกด้วยซ้ำเพื่อเดินทางไปยังตรอกนี้ ซึ่งตรงนี้ชี้ชัดว่า สถานที่ต่างๆที่สุดยอดนักเขียนอย่าง เจ.เค ได้นำมาเขียน ล้วนมาจากสถานที่จริงที่เราอยู่กันบนโลก และใช้สถานที่เหล่านั้น เป็นจุดเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์ และโลกของเวทมนตร์

 

เพราะฉะนั้นภาพรวมทั้งหมดของหนังสือ “Harry Potter เรื่องราวของเด็กชายผู้รอดชีวิต” เป็นมุมมองที่สะท้อนความจริงว่างโลกของเราไม่ได้อยู่ไกลจากโลกของแฮร์รี่เลย แม้แต่ตัวละครเองอุปนิสัยต่างๆ ตัวประหลาดอย่าง ผู้คุมวิญญาณ หรือ บ็อบการ์ด ก็ล้วนแต่มีนัยต์ความเป็นจริงของชีวิตคนซ่อนอยู่ด้วย

อย่างเช่น บ็อบการ์ด ตัวแทนของความกลัว จริงๆแล้วหากใครเคยอ่านแฮร์รี่จะรู้ดีกว่า บ็อบการ์ด ไม่มีตัวตน เป็นเหมือนสสารที่ลอยไปมาอยู่ในอากาศ และชอบอาศัยอยู่ในที่ชื้น โดยเฉพาะตามซอกตู้อับๆ ฟังดูเหมือนเจ้าตัวนี้น่าจะไม่มีพิษสงอะไรเลย แต่เมื่อไรที่มีใครบังเอิญไปพบมันเข้า ความร้ายกาจของมันก็จะปรากฏออกมาทันที ทีเด็ดของเจ้าตัวบ็อบการ์ดในการจัดการใครที่บังเอิญไปเจอมันก็คือ มันจะแปลงร่างเป็นสิ่งที่ผู้โชคร้ายกลัวสุดขีด  ในหนังสือที่ผมได้อ่านอธิบายไว้ดังนี้ว่า

 

“จากการวิเคราะห์ ทำให้เราทราบว่าบ็อกการ์ตจะไม่มีตัวตน ถ้าไม่ขึ้นกับสิ่งอื่น(มนุษย์) เราไม่ทราบว่าบ็อบการ์ดรับรู้ความกลัวที่ซ่อนเร้นอยู่ในจิตใจของมนุษย์ได้อย่างไร แต่ภาพของบ็อบการ์ด แสดงถึงความไม่สมบูรณ์ของตัวมันเอง ที่ไม่สามารถมีรูปร่างได้ ถ้าไม่สัมผัสกับความกลัวของมนุษย์ ดังนั้นภาพของความชั่วร้านของบ็อบการ์ด คือการไม่มีรูปร่าง จึงถือว่าเป็นการขาด เพราะโดยปรกติแล้วการมีรูปร่างเป็นธรรมชาติของสิ่งที่สัมผัสได้ทุกชนิด แต่บ็อบการ์ดขาดธรรมชาตินี้ไป”(หน้า 45-46)

 

จากการวิเคราะห์ดังกล่าวที่ให้เราทราบได้ชัดเจนว่า บ็อตการด์จะมีผลต่อเรา เมื่อมันรู้ว่าเรากลัวอะไร จากนั้นมันก็จะข่มขวัญเราด้วยสิ่งที่เรากลัว เปรียบได้กับชีวิตเราในปัจจุบัน ปัญหาที่เรากลัว และเรากังวลนั่นแหละคือบ็อบการ์ด ถ้าเราไม่รู้จัดวิธีจัดการกับมัน บ็อบการด์ตัวนี้ก็จะจัดการชีวิตเรา

 

แต่เราจะจัดการกับเจ้าตัวนี้อย่างไร ในหนังสือได้กล่าวดังนี้ “บ็อบการด์ ใช้ความอ่อนแอและความกลัว เพื่อสร้างรูปขึ้นมา ทำให้มนุษย์สับสน และตกอยู่ในความกลัว ทางเดียวที่จะเอาชนะบ็อบการ์ดได้คือ การตั้งสติแน่วแน่ว่าสิ่งที่เห็นนั่นไม่เป็นความจริง และสิ่งที่จัดการบ็อบการ์ดได้อยู่หมัดก็คือ เสียงหัวเราะ” (หน้า 58)

 

จากข้อความข้างบน อธิบายไว้อย่างชัดเจนถึงบ็อบการ์ดในชีวิตประจำวันของคนเรา การไม่มีสติ ไม่รู้วิธีแก้ปัญหา สุดท้ายก็ตกอยู่ในความเครียด กังวล และปัญหาต่างๆตามมา ความน่ากลัวของบ็อบการ์ดอยู่ตรงนี้เอง  เพราะฉะนั้น เราต้องกำจัดสิ่งเหล่านี้ ด้วยวิธีการเดียวกันกับที่เรากำจัดเจ้าบ็อบการ์ดคือ ตั้งสติให้มั่น และจัดการกับปัญหา และขับไล่ปัญหาด้วยเสียงหัวเราะ

 

นอกจากตัวอย่างเรื่องบ็อบการ์ดที่ยกมาให้ดูแล้ว ยังมีอีกหลายเรื่องที่คุณพ่อได้เขียนอธิบายไว้เพื่อเป็นปรัชญาเปรียบเทียบในการดำเนินชีวิตอีกมากมาย เช่น

 

ดัมเบิลดอร์ ตัวแทนแห่งปรีชญาณ เจ้าแห่งความคิด และมุมมองทีกระจากของความถูกต้อง  เราจะเห็นได้บ่อยมากจากคำพูดของ ดัมเบิลดอร์ หากเราไม่ได้อ่านหรือฟังแค่ให้มันผ่านไป ยกตัวอย่างคำพูดในเรื่องของผลของการกระทำ “ผลจากการกระทำของเรานั้นเป็นเรื่องซับซ้อน และพลิกผันจนการทำนายอนาคตเป็นเรื่องยากมากเหลือเกิน” (หน้า 67)

 

บ้านกริฟฟินดอร์กับ แฮร์รี่ รอน เฮอร์ไมโอนี่ และเนวิล ทั้งสิ่งคนต่างได้รับการคัดเลือกจากหมวกคัดสรร ซึ่งก็คงไม่ต่างอะไรจากการสอบแอดมิดชั่น แต่การคัดเลือกของหมวก ไม่ได้มากจากคะแนน แต่มาจากนิสัยภายใน นักเรียนที่อยู่บ้านนี้ล้วนแต่มีนิสัยกล้าหาญทั้งสิ้น แต่กับบางคน ไม่ได้มีแค่นิสัยกล้าหาญอย่างเดียว แต่มีนิสัยทะเยอทะยานด้วย ซึ่งนั้นก็คือแฮร์รี่นั่นเอง แฮร์รี่บอกกับหมวกชัดเจนว่า เค้าจะไม่ไปอยู่บ้านสลิธิลีนแน่นอน เรพาะบ้านนั้นคนที่จบออกมามีแต่พวกชั่วร้าย แต่จากการตัดสินใจของหมวก แนะนำให้แฮร์รี่ไปอยู่บ้านนี้ แต่อย่างไรก็ดี การตัดสินใจที่เด็ดเดียวของฮ์รี่ทำให้เค้าได้อยู่บ้านกริฟฟินดอร์ ซึ่งนั้นแปลว่า หมวกเป็นเพียงแค่ผู้ชี้นำเท่านั้น แต่ไม่ได้เป็นเจ้าของชีวิต เจ้าตัวต่างหากที่จะต้องเป็นผู้เลือก เด็ดเดี่ยว และมั่นใจ

 

จากทั้งหมดที่กล่าวมา เพียงแค่อยากให้เห็นว่า หนังสือเล่มหนึ่งที่เราอ่านเพื่อสนุกๆ บางครั้ง มันไม่ได้มีแค่เรื่องสนุกๆ เพียงอย่างเดียว แต่มันยังรวมความจริงของชีวิตไว้ด้วย แม้ว่าเราอาจจะมองมันไม่ได้ง่ายนัก แต่หากเราลองเปรียบเทียบแล้วละก็ มันก็จะไม่ยากเกินไปที่จะเข้าใจ

 

ความจริงแล้วเนื้อหาดีๆในหนังสือเล่มนี้ยังมีอีกมาก รวมถึงคำนิยมของ ดร.ป๊อบ นักเขียนเยาวชนชื่อดังที่กล่าวไว้ว่า “หลักปรัชญา คำสอนต่างๆในหนังสือเล่มนี้ ถูกถ่ายทอดด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย แนบเนียน ทั้งยังมีการเชื่อมโยงกับหลักคำสอนต่างๆของศาสนาอย่างกลมกลืน ทำให้     ป๊อบเข้าใจว่า บางครั้งการอ่านหนังสือเกี่ยวกับปรัชญาก็ไม่ใช่สิ่งที่ยากจนเกินไป ถ้าป๊อบเป็นเด็กธรรมดาคนหนึ่งที่สามารถเข้าใจมันได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็สามารถเข้าถึงหนังสือเล่มนี้ได้เช่นกัน” (ปกหลัง) โดยคุณฐาวรา ศิริพิพัฒน์ ดร.ป๊อบ

 

สุดท้ายต้องขอขอบคุณนักเขียนปรัชญาคุณพ่อบุญชรัสมิ์ สุขสว่างที่ได้นำผลงานสารนิพนธ์มาตีแผ่เป็นหนังสือ ผ่านความใจดีของสำนักพิมพ์อัลเลลูยา ให้ผู้ที่ชื่นชอบแฮร์รี่ได้เข้าใจ นัยต์สำคัญที่ส่วนอยู่ในโลกเวทมนตร์ บนพื้นฐานความจริง

 

 


จำนวนผู้เยี่ยมชมคอลั่มน์ วิจารณ์หนังสือไทย ทั้งหมด จำนวน ครั้ง

 
Praphansarn Publishing Limited Company
668-676 Jarunsanitwong Rd., Bangplud, Bangkok 10700 THAILAND. Tel. 0-2435-1671, 0-2435-5789, 0-2435-1672
Fax. 0-2434-6812, 0-2435-51671-2
E-mail : editer@praphansarn.com, foreignright@praphansarn.com, web-master@praphansarn.com Web Site : www.praphansarn.com
Warning: The Images on this Site are protected by digital watermark technology.
Copyright © 2000 Praphansarn Ltd. All rights reserved.
Reproduction in whole or in part in any form or media without express written permission from Praphansarn Co., Ltd. is prohibited.