รางวัลชมนาดครั้งแรก เริ่มขึ้นจากการปรึกษาหารือกันระหว่างคุณอาทร เตชะธาดา กรรมการผู้จัดการ
บริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด และคุณศักดิ์ชัย จิราธิวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินค้า บริษัท บีทูเอส จำกัด เนื่องด้วยทางสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น มีสำนักพิมพ์น้อง
ใหม่ชื่อว่า Woman Publisher ที่เน้นผลิตผลงานที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้หญิง จึงนำไปสู่แรงบันดาลใจในการจัดตั้งโครงการ ชมนาด ที่จะสนับสนุนนักเขียนหญิงไทย ให้มีที่อยู่ที่ยืนที่มั่นคงและก้าวไปสู่ตลาดโลกด้วยกัน ในการจัดงานครั้งแรก เป็นการประกวดผลงานแนวเรื่องแต่ง (fiction) และ
ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ จากสมเด็จพระเทพรัตนสุดาสยามบรมราชกุมารี พระราชทานโล่รางวัลเพื่อเป็นกำลังใจในการเริ่มต้นโครงการฯ จุดเด่นของรางวัลนี้คือเป็นรางวัลที่มอบให้เฉพาะนักเขียนหญิงไทยเท่านั้น อีกทั้งยังได้ค่าลิขสิทธิ์สำหรับการจัดพิมพ์ให้พร้อมกันสองภาษา(ไทยและอังกฤษ) นอกเหนือจากเงินรางวัลอีกด้วย ผู้ที่ได้รับรางวัลชมนาดประเดิมเป็นรายแรก ได้แก่ คุณยุวดี ต้นสกุลรุ่งเรือง จากผลงานประพันธ์เรื่อง รอยวสันต์
สำหรับการจัดโครงการประกวดรางวัลชมนาดในครั้งที่สองนี้ ทางสำนักพิมพ์ป
ระพันธ์สาส์น จึงได้มีการพัฒนาโครงการฯ ให้มีจุดแตกต่างเฉพาะตัวยิ่งขึ้น โดยการเปลี่ยนแนวการประกวดจากเรื่องแต่ง (Fiction) เป็นเรื่องจริง (Non-fiction) เพราะจะเป็นการก้าวสู่ตลาดโลกได้ง่ายขึ้น เพราะหนังสือแนวเรื่องจริงจะมีแนวโน้มได้รับความนิยมจากนักอ่านนานาชาติเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ และมีการเพิ่มเงินรางวัล จากเดิม รางวัลที่ 1 จาก 30,000 บาท เพิ่มเป็น 50,000 บาท พร้อมเข็มกลัดรูปดอกชมนาดล้อมเพชร และรางวัลชมเชยอีก 2 รางวัล เงินรางวัลทั้งสิ้นมูลค่ากว่า 100,000 บาท เพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียนได้มีโอกาสพัฒนาฝีมือให้คมคายยิ่งขึ้นไป
คุณเกศินี พวงเพ็ชร ผู้ประสานงานสาวสวยจากโครงการรางวัลชมนาด กล่าวถึงการเข้า
ร่วมประกวด ในครั้งที่ 2 นี้ว่า สำหรับผู้ที่สนใจส่งผลงานเข้าร่วมกับโครงการฯ ยังมีเวลาส่งผลงานถึงวันที่ 30 มิถุนายนนี้ นะคะ ซึ่งก็ถือว่ายังมีเวลาพอสมควร ผลงานที่จะส่งเข้าประกวด ไม่ได้เน้นว่าเนื้อหาสาระจะต้องไปในแนวใด ไม่ถึงกับกำหนดประเภทหรือรูปแบบของเนื้อหาชนิดตายตัว กล่าวคือ ไม่ได้เน้นคำว่าสารคดี หรือวิชาการ แต่เป็นการนำเสนอเรื่องจริง ซึ่งจะใช้กลวิธีในการเขียนแบบใดไม่ว่ากัน เช่น เป็นรูปแบบของการเล่าเรื่อง การเขียนจดหมาย การบันทึกไดอารี่ ฯลฯ ขอเพียงเป็นเรื่องที่ร้อยเรียงมาจากความจริง เป็นผลงานที่สร้างสรรค์เองไม่ได้ลอกเลียนมาจากที่ใด อ่านแล้วมีคุณค่า อาจจะเป็นจดหมาย บันทึกประจำวัน หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ได้บันทึกเอาไว้ แล้วมันมีคุณค่า อย่างเช่นเรื่อง สายน้ำที่ผันเปลี่ยน ของคุณเตือนใจ ดีเทศน์ เป็นต้น ซึ่งเป็นการถ่ายทอดในรูปแบบจดหมาย แต่ข้างในอัดแน่นไปด้วยความดี ความงาม และข้อเท็จจริงที่มีคุณค่าต่อผู้อ่าน ถ้านึกไม่ออกว่า Non-fiction ของเราจะเป็นยังไง คุณไปนึกถึงอรสม สุทธิสาคร หรือ คุณธีรภาพ โลหิตกุลก็ได้ สไตล์การนำเสนอไม่จำเป็นต้องใช้ชั้นเชิงเฉกเช่นทั้งสองท่าน นัยยะสำคัญอยู่ที่เป็นเนื้อหาที่นำเสนอจากประสบการณ์ตรง หรือเขียนจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง ไม่ว่าจะเกี่ยวกับบุคคลที่สาม หรือปรากฏการณ์ทางสังคม ที่เป็นเรื่องจริงและสร้างอารมณ์สะเทือนใจได้
สำหรับเรื่องการใส่ภาพประกอบในเนื้อหา ก็สามารถส่งมาได้ แต่ต้องให้เนื้อหารวมกันที่เป็นตัวหนังสือแล้วไม่ต่ำกว่า 120 หน้า A4 ขนาดตัวอักษร 16 point
หัวใจสำคัญของงานประกวดนี้คือ ต้องเป็นงานที่สามารถถ่ายทอดสู่สายตาชนชาติอื่นได้ เพราะเราจะจัดพิมพ์เป็นสองภาษา ฉะนั้นผู้เขียนก็ต้องพิจารณาถึงความเป็นสากลในระดับหนึ่ง ยกตัวอย่าง เรื่องราวที่เกี่ยวกับความดีความงาม สังคม ความเป็นอยู่ เครื่องความรัก ครอบครัว เรื่องที่เรามีเหมือนกันทุก ๆ ประเทศไม่จำเป็นว่าจะต้องเน้นเขียนเรื่องวัฒนธรรมของไทย รำไทย หรือประเพณีไทย ๆ เพียงอย่างเดียว หรือถ้าหากเขียนก็ควรเขียนให้ลึกซึ้งถึงแก่นแท้โยงใยสัมพันธ์กับวิถีชีวิตและความเป็นมนุษย์ มีความพิเศษน่าสนใจ อะไรทำนองนี้ ประเด็นหลัก ๆ ของการประประเมินคุณค่าของต้นฉบับงานประกวด ก็คงหนีไม่พ้นว่า ต้องให้อะไรกับคนอ่าน และเป็นผลงานที่อยู่เหนือกาลเวลา ไม่ว่ายุคสมัยใดก็สามารถหยิบมาอ่านได้ โดยคุณค่าในผลงานนั้นสามารถรับรู้ได้รุ่นต่อรุ่น
คุณยุวดี ต้นสกุลรุ่งเรือง หญิงไทยผู้ได้รับรางวัลชมนาดเป็นคนแรก กับผลงาน รอยวสันต์ หลังจากได้พิมพ์หนังสือเป็นสองภาษา และนำหนังสือไปออกงานบุ๊คแฟร์ต่าง ๆ ทั่ว
โลก เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ผลงานเขียนสตรีไทยได้มีโอกาสเผยแพร่ไปอีกหลายต่อหลายภาษา ก็นับว่าได้รับการตอบรับที่ดีจากสื่อ รวมทั้งมีคนสนใจเข้ามาติดต่อและสนใจในงานเขียนของเธอมากขึ้น ทำให้รางวัลชมนาดบุ๊คไพรซ์ของเรา เป็นรางวัลน้องใหม่ที่น่าจับตามอง
ในการประกวดครั้งที่สองนี้ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร มีอาชีพอะไร ไม่สำคัญ ขอเพียงเป็นสตรีชาวไทย ที่รักการเขียน และมีเรื่องราวอยากถ่ายทอดเป็นตัวอักษร หรือมีผลงานที่เขียนเอาไว้อยู่แล้ว ขอเพียงเป็น Non-fiction ก็สามารถส่งเข้าร่วมประกวดได้ทันที หากพร้อมแล้วที่จะก้าวไปสู่ตลาดนานาชาติกับเรา ขอให้ส่งผลงานที่คุณสร้างสรรค์แล้วเข้ามาที่ บริษัท ไซมีส เคอร์เรจ จก. เลขที่ 288 ซ.แสนสบาย ถ.พระราม4 พระโขนง คลองเตย กรุงเทพ 10110 โทร 02 712 4077 หรือโทร 085-0701184 e-mail chommanard2@hotmail.com หรืออ่านกติกาการประกวดได้ที่ www.praphansarn.com เข้าไปที่ลิงค์การประกวดรางวัลชมนาดครั้งที่ 2
แม้จะเหลือเวลาเพียงหนึ่งเดือนเศษก็อย่าเพิ่งท้อนะคะ โครงการชมนาดจะทอดบันไดก้าวสำคัญรอคุณ... เพื่อเปิดโอกาสให้ผลงานนักเขียนสตรีไทยก้าวไปสู่ตลาดโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ คุณเกศินีกล่าว
|
อาทร เตชะธาดา
เราไม่ได้ต้องการงานเขียนสารคดี หรืองานวิจัยที่มีสาระความรู้แน่นหนา แต่เราต้องผลงานที่สรรค์สร้างมาจากเรื่องจริง มีคุณค่าอยู่เหนือกาลเวลา เหนือชนชาติ ซึ่งก็คือสามารถหยิบอ่านได้ทุกยุคสมัย อ่านเมื่อไหร่ก็ยังมีคุณค่าอยู่ ชนชาติภาษาใดอ่านแล้วก็รู้สึกได้ สะเทือนใจได้ เข้าใจเรื่องราวนั้นได้เหมือนกัน อย่างเช่นเรื่องราวของมนุษยชาติ การก่อจลาจล เรื่องราวของความเจ็บป่วยทุกข์ทรมาน การต่อสู้กับโรคร้าย การให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เรื่องราวเหล่านี้ไม่มีพรมแดนอยู่เหนือเส้นแบ่งของประเทศ นี่แหละที่เราเรียกว่า งานนานาชาติ
|
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ คอลัมน์ เบื้องหลังโต๊ะ บ.ก.
30 เดือน พ.ค. พ.ศ 2553
โดย : นกกระดาษ