ภาษาไทย สังคมศึกษา  ศาสนา  และ วัฒนธรรม
วิทยาศาสตร์ อนุบาล
ภาษาต่างประเทศ หนังสือรางวัล
สามเกลอ สงครามและสันติภาพ
รายละเอียดชมนาดบุ๊คไพร้ซ์

ซุบซิบวรรณกรรม
 

"ฉันตายโดยปราศจากคนที่รักฉัน    แต่ฉันจากไปโดยมีคนที่ฉันรัก"      ประโยคกินใจจากลายมือม.ร.ว.กีรติ ที่เขียนให้ชายหนุ่มนามนพพรในวาระสุดท้ายก่อนสิ้นใจด้วยวัณโรค เรียกน้ำตาลูกผู้ชายเช่นนพพรที่เป็นหนุ่มนักเรียนไทยในญี่ปุ่นที่สอนให้สตรีผู้สูงศักดิ์อย่างเธอรู้จักคำว่า"รักแท้" ค่ะคอวรรณกรรมคลาสสิก "ข้างหลังภาพ" นิยายจากบทประพันธ์ของ "ศรีบูรพา" คงคุ้นกับวรรคดังกล่าวได้ดี ซอกแซกขอปรบมือให้พี่ถกลเกียรติ วีรวรรณ ยอดผู้กำกับแห่งละครเวที "ข้างหลังภาพเดอะมิวสิคัล" ตลอดจนศิลปินและทีมงามทุกท่าน ที่ร่วมกันทุ่มเทเนรมิต นิยายข้างหลังภาพที่เคยแปรรูปเป็นละครโทรทัศน์และภาพยนตร์มาแล้ว แต่ที่ซอกแซกอินกับละครเวทีล่าสุดที่กำลังแสดงอยู่ ณ รัชดาลัยเธียเตอร์ ถนนรัชดาภิเษกเวลานี้   เพราะความเป็น "มิวสิคัล" (เพลงที่ประพันธ์ดนตรีและคำร้อง โดยคุณพี่สราวุธ เลิศปัญญานุช และคุณพี่วิเชียร ตันติพิมลพันธ์ ตามลำดับ) ไพเราะเหลือเกินนะคะ ฉะนั้นความเป็นละครมิวสิคัล เอื้อให้นิยายเรื่องนี้สามารถปลดปล่อยอารมณ์ของตัวละครที่กดแน่นอยู่ข้างในออกมาผ่านบทเพลง ซึ่งละครโทรทัศน์หรือภาพยนตร์ไม่สามารถสื่อสารได้ถึงสิ่งที่บรมครูศรีบูรพาได้ประพันธ์ไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2479 นั้น

          ส่วนการสร้างสรรค์ฉากละครนั้นตราตรึงใจเหลือกเกิน ถ้าบรมครูศรีบูรพามีชืวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้ มาเห็นฉากสำคัญในท้องเรื่องคือ"มิตาเกะ" แหล่งธรรมชาติน้ำตกบทยอดเขาที่ม.ร.ว.กีรติและนพพรอยู่กันตามลำพัง โดยการสรรค์สร้างของคุณพี่ศศวัต บุษยพันธ์ แล้วละก็คงจะมีความสุขมากกว่าซอกแซกเหลือหลาย เพราะจะได้เห็นน้ำตกบทละครเวทีจริง ๆ  ลองฟังถ้อยคำจากใจพี่ศศวัตในการรังสรรค์ฉากไฮไลท์สุดยอดจากนักสร้างฉากผู้นี้หน่อยนะคะ "สิ่งที่อยากให้เห็นเป็นพิเศษคือ น้ำตกมิตาเกะในฤดูใบไม้ร่วง  เป็นฉากใหญ่ของเรื่อง มีน้ำตก มีต้นไม้หลากสี  ใบไม้ปลิว มันก็เป็นภาพจริงแล้วก็เป็นเสมือนภาพถ่ายที่เคลื่อนไหว.....ฉากนี้ยากที่สุด ที่สำคัญเราเอาน้ำจริง ๆ เข้ามาใช้เลย เล่นกับน้ำจริง ๆ บนเวทีนี่ยากมาก แล้วก็เป็นฉากสำคัญ เพราะมิตาเกะจะเป็นจุดสำคัญของเรื่อง ที่คนที่รักกันทั้งสองฝ่ายยากจะลืมเลือนความหลังในครั้งนั้นได้ เราจะเน้นฉากนี้เป็นพิเศษ" ค่ะสุขสันต์วันหยุดแฟนคลับซอกแซก ด้วยการชวนไปดูละครเวที จากวรรณกรรมคลาสสิก"ข้างหลังภาพ" ณ รัชดาลัยเธียเตอร์ (ซอกแซกดูมาแล้วค่ะ) มีแสดงจนถึงวันที่ 27 กันยายน ศกนี้ เท่านั้นค่ะ .....................@ ( 7 กันยายน 2551)
 

พรุ่งนี้ก็จะเป็นวันสุดท้ายแล้วนะคะสำหรับงานสัปดาห์หนังสือที่ดับเบิ้ลเอ บุ๊ค ทาวเวอร์ เมืองหนังสือแห่งแรกของไทย ได้ข่าวว่าลดราคากันอย่างจุใจ ไม่แพ้งานมหกรรมหนังสือเลยทีเดียว  โดยส่วนตัวแล้วซอกแซกชอบสถานที่นี้นะคะ เป็นการเปิดพื้นที่อลังการสำหรับคอนักอ่านขนานแท้  เพราะตึกทั้งตึกมีแต่หนังสือ มีของทุกสำนักพิมพ์เลย ว้าว!ๆ พูดแล้วก็น้ำลายสออยากจะไปเดินช้อปหนังสือให้หนำใจ ใครที่ยังไม่เคยย่างกรายเข้าไปขอบอกว่าพลาดไม่ได้เชียวนะคะ นึกอยากจะเลือกหาหนังสือของหลากหลายสำนักพิมพ์ ไม่ต้องรองานสัปดาห์หรือมหกรรมหนังสือเท่านั้นหรอกค่ะ ช้อปกันทั้งวันได้ที่นี่จริงๆ  แต่ถ้าเลยจากพรุ่งนี้ไป สงสัยจะต้องเป็นราคาปกติแล้วกระมังคะ... เอ๊า! รีบๆ ไปซื้อของถูกมาตุนกันเอาไว้เร็วเข้า  อ่อ! ตุนแล้วก็อย่าลืมหยิบมาอ่านด้วยนะจ๊ะ เดี๋ยวหนังสือมันจะไร้คุณประโยชน์ไปซะเปล่าๆ ......สวัสดีค่ะ......@(6สิงหาคม2551)

 

นักอ่านไทยจำนวนไม่น้อยหลงไหลในการอ่านนิยายสืบสวนสอบสวน ซอกแซกเองก็เช่นกันค่ะ เพราะมันช่างเป็นเรื่องราวที่เต็มไปด้วยเหตุและผล ความซับซ้อนซ่อนเงื่อน น่าค้นหา แต่ทว่ารหัสคดีของไทยกลับเป็นหนังสือที่ค่อนข้างถูกคอสืบสวนเพิกเฉย  แน่นอนว่าหลายคนรู้จักแต่ งานสืบสวนสไตล์ตะวันตก และญี่ปุ่น เกาหลี  ไม่ว่าจะเป็นเชอล็อกโอล์ม  อากาทา คริสตี้  คินดะอิจิ  โคนัน  ล้วนแต่ครองใจนักอ่านไทยเรื่อยมา  พอหันมามองงานเขียนแนวนี้ของไทย ก็พบจุดบกพร่องตรงที่ว่า มันช่างมีน้อยเหลือเกิน และแนวการเขียนของคนไทยนั้นยังเป็นรองเขาอยู่มาก  ซอกแซกเองก็เป็นคนหนึ่งที่พยายามเฟ้นหานวนิยายสืบสวนของไทยมาอ่าน ซึ่งตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าจะมีเพิ่มขึ้นบ้างแล้ว  เพียงแต่อยากแนะว่าหากเราจะเขียนเรื่องสืบสวนให้คนไทยอ่าน ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเขียนให้เป็นแนวฝรั่ง หรือญี่ปุ่นกันมากนัก บรรยากาศแบบเราๆ ก็พอจะมีเรื่องราวที่เป็นพล็อตสืบสวนกะเขาได้เหมือนกัน  ซอกแซกมิบังอาจจะสั่งสอนแต่อยากจะแนะในฐานะความต้องการของผู้อ่านคนหนึ่งเท่านั้น  หาความเป็นตัวเองให้เจอ ไม่ว่าจะแนวไหนก้ไปได้ไกลค่ะ....สวัสดี.....@(5สิงหาคม2551)

 

หลังจากปิดหูปิดตาจากเหตุบ้านการเมืองอยู่หลายวัน ซอกแซกก็ได้แต่ท่องอยู่ในโลกวรรรกรรมทางอินเตอร์เน็ต แวะบล็อคคนนั้น แวะเว็บคนนี้ ที่สำคัญไม่ลืมที่จะแวะเข้าไปพูดคุยกับพี่วินทร์ เลียววาริณ นักเขียนดับเบิ้ลซีไรต์ (ขวัญใจซอกแซกเลยนะเนี่ย!) ที่เว็บไซต์ส่วนตัวของแก นี่เป็นตัวอย่างนักเขียนซีไรต์คนหนึ่ง ที่ไม่หยุด ไม่ยั้ง ไม่พัก เรื่องการเขียน (เพราะทำอย่างอื่นไม่ไหวแล้วรึเปล่าพี่ อิอิ...แซว!) วินทร์บอกเสมอว่าเขาจะมีผลงานออกมาอย่างน้อยปีละ 2-3 เล่ม และผลงานของวินทร์ แน่นอนว่าไม่ผิดหวัง เขามีมุมมองใหม่ๆ มีอะไรเจ๋งๆ อยู่เสมอ ล่าสุดก็มีผลงานที่ได้สร้างเป็นภาพยนต์ฟอร์มยักษ์เรื่อง "ปืนใหญ่ จอมสลัด" ซึ่งหนังสือจะวางแผงพร้อมหนัง ในช่วงงานมหกรรมหนังสือนี้  แต่ทว่าชื่อหนังสือไม่ใช่ชื่อนี้นะคะ (อยากรู้ไปตามหากันเอาเอง)

....ไม่ใช่ว่าซอกแซกได้ค่าโปรโมทหนังสือให้วินทร์มาแต่อย่างใด  เพียงแต่อยากจะยกตัวอย่างนักเขียนมืออาชีพอย่างแท้จริง ถ้าเขาไม่หยุดเขียนซะอย่าง เขาก็ไม่ถูกลืมหรอกเจ้าค่ะ  ต่างกับอีกหลายๆ คน ที่หอบรางวัลหายไปไหนแล้วก็ไม่ทราบ ...ฝากความหวังไว้กับคุณวัชระ สัจจะสารสิน ด้วยแล้วกันนะคะวรรณกรรมเรื่องสั้นยิ่งหายใจแผ่วๆ อยู่ด้วย.........@(4สิงหาคม2551)
 
 

หลายครั้งหลายครา ที่เราถามหาวรรรกรรมสร้างสรรค์ดีๆ จากท้องตลาด แต่กลับหาได้ยากยิ่ง และสาเหตุที่เรากล่าวโทษคือร้านหนังสือไม่เผื่อแผ่พื้นที่ให้วรรณกรรมดีๆ ได้วางอยู่นานๆ นักอ่านเองก็หลงไหลไปตามกระแส ไม่นิยมอ่านหนังสือที่มีคุณค่าเพราะว่าเคี้ยวยาก  รวมไปถึงผู้ผลิต ซึ่งก็คือสำนักพิมพ์ที่ให้การสนับสนุนวรรณกรรมดีๆ แบบนี้น้อยลงไปทุกที  แต่พอซอกแซกมานั่งคิดนอนคิดอยู่หลายตลบ ก็พบกับต้นตอใหญ่ 

....แล้วนักเขียนล่ะ....นักเขียนวรรณกรรมสร้างสรรค์จรรโลงจิตใจ มีผลงานออกมาสู่ท้องตลาดให้เลือกสรรค์กันซักแค่ไหน ไม่ต้องไปไหนไกลเลย นักเขียนรางวัลซีไรต์เองก็เถอะ พอได้รางวัลมาปุ๊บ ก็นิ่งปั๊บ เพราะต้องเอาเวลาไปให้ให้สัมภาษณ์สื่อเล่มนั้น นสพ.ฉบับนี้ ต้องยืนนิ่งๆ ให้คนอื่นชื่นชมยินดีกับผลงานสักพักก่อน  ค่อยเขียนงานชิ้นใหม่ได้ และที่ได้รางวัลแล้วหายเงียบไปเลยก็มี สงสัยจะถึงฝั่งฝันแล้วจึงอิ่มตัว  หากคนที่ได้รางวัลไปแล้วฮึกเหิมสร้างสรรค์ผลงานดีๆ แนวความคิดใหม่ๆ ป้อนสู่ตลาดอย่างไม่ขาดสาย  มีหรือที่คนเคยอ่านเคยชอบจะไม่ติดตาม มีหรือที่ชื่อของคุณจะถูกจำได้แค่ว่าเป็นเจ้าของรางวัลปีนั้น ปีนี้  
....ขอสรรเสริญนักเขียนที่ไม่เคยลืมว่าตัวเองเป็นนักเขียน ถึงได้ซีไรต์แล้วก็ยังเขียน ขอเตือนสตินักเขียนที่ลืมว่าตัวเองต้องทำอะไรหลังจากได้รางวัล เว้นเสียแต่ว่าคุณจะเป็นแค่นักล่ารางวัล ไม่ใช่นักเขียน...
ซอกแซกไม่ได้ว่าใครแค่อยากจะมาสะกิดใจ เผื่อลืม......@(3กันยายน2551) 

 

สวัสดีค่ะพี่น้องๆ ผู้เข้าชมเว็บไซต์ประพันธ์สาส์นทุกท่าน วันนี้ซอกแซกมีข่าวมาแจ้งให้สมาชิกชุมชนคนรักหนังสือทุกๆ ท่านทราบว่า เราจะมีการลบข้อมูลและรูปภาพที่โพสต์ไว้ในเว็บบอร์ดออกจำนวนหนึ่ง อ๊ะ อ๊ะ อย่าเพิ่งตกใจค่ะ เราจะลบเฉพาะกระทู้เก่าๆ ที่โพสต์มานานมากแล้วเท่านั้น เนื่องด้วยระบบของเราไม่ได้มีการลบข้อมูลเก่าออกเลย ยังคงเก็บไว้ในเซิฟเวอร์มานานแสนนาน จนกระทั่งพื้นที่ใช้สอยในเว็บไซต์เริ่มร่อยหรอลงเสียแล้ว และอาจจะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เพื่อนๆ เข้าเว็บบอร์ดได้ยากในช่วงที่ผ่านมา  อย่างไรก็มาแจ้งข่าวให้ทราบกันไว้ก่อนนะเจ้าคะ เดี๋ยวใครไปรื้อกระทู้เก่ามาดูแล้วจะสงสัยว่ารูปที่เคยโพสต์ๆ เอาไว้หายไปไหน โดยเฉพาะรูปนี่มันกินพื้นที่ค่อนข้างมากเชียวล่ะค่ะ  นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรแปรเปลี่ยนไปจากเดิม ชุมชนคนรักหนังสือของเรายังคงมีจุดมุ่งหมายให้เพื่อนๆ คอวรรณกรรมทั้งหลายเข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือฝากข่าวคราวในวงการกันได้เช่นเคยค่ะ.........@(2กันยายน2551) 

 

ซอกแซกเขียนข่าวกรณบีทูแอสแค่ชั่วข้ามคืนเท่านั้นค่ะ เช้าวันจันทร์เจ้านายก็ได้รับสายจากคุณสรพรรณ (พี่อู) บิ๊กบอสแห่งจัดจำหน่ายงานดี ค่ายมติชน บอกว่าทางบริษัทฯ พี่เขา ในฐานะผู้ผลิตหนังสือใหญ่รายหนึ่งของเมืองไทย ก็เจอจดหมายท้าทายจากเครือข่ายบีทูแอสเหมือนกัน โดยจะมีการหักหน้าบัญชีย้อนหลังอีกสามเปอร์เซ็นต์ ของยอดขายที่ขายหนังสือเครือมติชนทั้งที่ก็ได้ให้ส่วนลดกันตามปกติอยู่แล้ว แถมยังมีการขอค่า Renovation ตกแต่งร้านใหม่ ซึ่งทางพี่อูงงมากว่า เคยมีธรรมเนียมเช่นนี้แต่ใดมา และร้านบีทูแอสนี่มันเป็นของเหล่าสำนักพิมพ์และสายส่งถือหุ้นด้วยหรือเปล่า  เจ้านายซอกแซกเลยได้แต่ปลอบใจพี่เขาว่า วงการเคยเจอวิกฤตจากปัญหาร้านหนังสือเช่นดอกญ่ามาแล้ว ไอ้แย็บ ๆ มาแค่นี้มันจิ๊บจ้อย  เต้นฟุตเวิร์คให้ดี รอจังหวะยิงหมัดน้อคเอ้าท์จากสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ (PUBAT) ดีกว่า อิ อิ พี่อูฟังแล้วหายเครียดเลยค่ะ..........@ ( 1 กันยายน 2551)

 

สวัสดีวันอาทิตย์นะคะ บ้านเมืองเรามีแบ่งขั้วการเมืองเป็นสองฝ่ายหรือหลายฝ่าย ในวงการหนังสือเราก็เป็นเหมือนกันค่ะ แต่เป็นระดับความบาดหมางเล็ก ๆ ระดับหลาน ๆ หรือเหลน ๆ ของระดับประเทศน่ะค่ะ ตอนนี้ซอกแซกเกาะติดสถานการณ์ร้านหนังสือบีทูเอสกับสมาคมผู้จัดพิมพ์และจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทยอยู่ค่ะ แหล่งข่าวรายงานมาว่า เครือข่ายร้านหนังสือนี้มีแนวโน้มจะบริหารงานเละเทะเฉกเช่นอดีตเครือข่ายร้านหนังสือดอกหญ้าอีกแล้ว โดยโยนความล้มเหลวของการบริหารหนังสือแผนกภาษาไทย ให้เป็นค่าใช้จ่ายของสำนักพิมพ์และสายส่ง โดยแหวกธรรมเนียมปฏิบัติทางด้านการค้าขาย หรือปราศจากข้อตกลงใด ๆ ล่วงหน้าทั้งปวงค่ะ

 
อย่างนี้ก็เข้าทางเครือข่ายร้านหนังสืออย่างซีเอ็ดและเครือข่ายร้านนายอินทร์สิคะ ตัวแทนทั้งสองเครือข่ายบอกว่า "ม่ายเป็นราย" นะคะบรรดาสายส่งและสำนักพิมพ์ทั้งหลายขา  "อีบีทู
แอสค้าขายม่ายเป็น อั๊วทั้งสอง ยินดีช่วยเหลือพวกลื้อนะ  สาขาใกล้เคียงเครือข่ายร้านหนังสือของพวกอ้ายเจ๊กไหหลำ แล้วจ้างฝรั่งตาน้ำข้าวที่ทำงานไม่เป็นมาบริหาร พวกลื้อมาบอกอั๊วได้ พวกอั๊วจะเพิ่มยอดสั่งซื้อและพื้นที่จัดวางหนังสือให้พวกลื้อเอง ชดเชยพื้นที่ที่พวกลื้อเสียโอกัสไป จะลีหมาย" ก็น่าจะดีสิเจ้าคะ จะได้ไม่ต้องขนม็อบสำนักพิมพ์และสายส่งไปนั่งประท้วงกันให้เมื่อยค่ะ แหมถ้าทางการเมือง มีทางเลือกให้เช่นนี้ ไม่ต้องพึ่งนักลากตั้งรุ่นไดโนเสาร์เพียงสภาเดียวเท่านั้น ม็อบพันธมิตรก็น่าจะมีที่ไปซบ  และสลายหายไปได้เพราะมีแหล่งผ่องถ่ายผลประโยชน์ไปทางอื่นที่เป็นทางเลือกมากว่าหนึ่งทางได้ อุ๊ยตาย ซอกแซกนอกเรื่องจนได้ ขอโทษทีค่ะ กำลังอินเทรนด์ อิ อิ ............@  (31 สิงหาคม 2551)

 

 

ขอย้ำกันอีกซักครั้งนะคะกับโครงการชมนาดบุ๊คไพรซ์ ปี 2 ที่ยังคงเปิดโอกาสให้นักเขียนหญิงทั้งหน้าใหม่ และหน้าเก่าเก๋ากึ๊ก ได้มาร่วมประชันฝีมือกันบนเวทีนี้ ซึ่งในปีที่ 2 นี้ เราก็ได้เปิดรับต้นฉบับกันไปแล้ว ใครที่สนใจหรือมีนิยายเขียนไว้ในสต็อกอยู่แล้ว อยากจะส่งเข้าประกวดก็อย่ารอช้านะคะ ร่อนกันมาได้เลยที่ สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์นของเรา ซึ่งกติกาหรือเงื่อนไขต่างๆ ยังคงเหมือนเดิมเป๊ะ แต่ถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลงซอกแซกจะรีบแจ้นมาบอกให้ทันการ  อยากให้ส่งกันเข้ามามากๆ นะคะ แพ้ชนะไม่สำคัญ แต่อย่างน้อยเราก็ได้แสดงสักยภาพของนักเขียนหญิงให้โลกนี้ประจัก 555+ (เวอร์ไปไหมคะ)อย่าคิดว่าทำไมต้องแบ่งแยกหญิงชาย หรือคิดว่าผู้ชายเก่งกว่า เพียงแต่จุดประสงค์ของโครงการชมนาดฯ ต้องการเปิดโอกาสให้นักเขียนหญิงได้แสดงความสามรถของตัวเองให้เด่นชัดขึ้นมาก็เท่านั้นเองค่ะ สนใจคลิ๊กอ่านรายละเอียดต่อได้ที่โลโก้โครงการชมนาดที่หน้าเว็บเลยนะคะ วันนี้ซอกแซกขอลาไปใช้เงินเดือนก่อนเจ้าค่ะ....@(30สิงหาคม2551)

 

มาแล้วๆ สดๆ ร้อนๆ ติดขอบเวทีซีไรท์ ผลงานที่ได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์แห่งอาเซียน((S.E.A. Write ))ประจำปี 2551  ได้แก่......แท่น....แทน.....แท้น........ผลงานรวมเรื่องสั้นชุด  เราหลงลืมอะไรบางอย่าง ของ วัชระ สัจจะสารสิน นั่นเองค่ะ  เฮ.....แปะ แปะ แปะ......ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ เห็นไหมคะซอกแซกบอกแล้วว่าจะรีบคาบข่าวมาฝากแบบทันทีทันใด 

...หนังสือเล่มนี้เป็นรวมเรื่องสั้น 12 เรื่องที่กล่าวถึงความเปลี่ยแปลงไปของสังคมและความเป็นไปของเหตุการบ้านเมืองอย่างทันสมัยในเชิงรายละเอียด ซึ่งอาจจะกระทบกระทั่งกับความเป็นไปของบ้านเมืองในขณะนี้ก็ได้นะคะ ซอกแซกเองก็ยังไม่เคยอ่าน ต้องหามาอ่านซักหน่อยแล้ว ว่าแต่....จะหาซื้อได้รึเปล่านะวรรณกรรมสร้างสรรค์แบบเนี้ย ....  เอ...เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้อ่านคอลัมน์ของหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ที่พูดถึงตัวเก็งซีไรท์เอาไว้  ว่าน่าจะเป็นอักษรย่อ อ,  ง, หรือไม่ก็  ท  ได้ซีไรท์แหง ๆ ซอกแซกก้นึกว่าข่าวคลุกวงในมาเองซะอีก  ไหงผลออกมาเป็น ว แหวน ไปซะได้ล่ะคะคุณพี่  (แซวกันวันละนิดจิตแจ่มใส  อิอิ ).........@(29สิงหาคม2551)

 

วันนี้ซอกแซกมีข่าวคราวมาฝากผู้อ่านทุกท่านอยู่ 2 เรื่อง เรื่องแรก เป็นการกลับมาของโครงการ จุดประกายความใฝ่ฝัน เพาะเมล็ดพันธุ์วรรณกรรม ของกองทุนศิลปินครุบ้านป่า สลา คุณวุฒิ หลังจากที่หายหน้าหายตาไป 1 ปี สำหรับรุ่นที่ 29 นี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-31 สิงหาคมนี้ ณ พี.เอส. แคมป์ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา  ซึ่งเป็นค่ายวรรณกรรมเยาวชน ระดับมัธยมศึกษา (เอ้อ....คนแก่อดอีกแล้วนะ)  ที่ได้คัดเลือกผู้รักการอ่าน การเขียน 120 คน จาก 15 โรงเรียนในแต่ละจังหวัด โดยมีโรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์ เป็นแม่ข่ายในพื้นที่ต่อไป  นับว่าเป็นกิจกรรมที่ดีสำหรับน้องๆ นะคะ และคิดว่ากิจกรรมดีๆ แบบนี้จะไม่หายไปไหนอีก ช่วยกันสนับสนุนหน่อยนะ

ส่วนอีกเรื่องหนึ่ง เป็นการเสวนาในหัวข้อ อยู่ที่ไหนก็ได้ ถ้าไม่ไร้ราก(เหง้า) ชวนให้ไปฟังทรรสนคติดีๆ เคล้าเสียงเพลงอะคูสติคกีต้าร์ในบรรยากาศอันอบอุ่น จาก มาโนช พุดตาน ในวันเสาร์ที่ 30 ส.ค. นี้ ตั้งแต่บ่ายโมงเป็นต้นไป ณ ห้องสมุดประชาชน แสงอรุณ ซอยสาธร สอบถามรายละเอียดได้ที่ 02-2370080 ต่อ 101,218  วันนี้แค่เอาข่าวมาบอกเดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยมาเมาท์กันต่อนะเจ้าคะ  สวัสดี.......@(28สิงหาคม2551)

 

 

วันนี้ซอกแซกขอหันหลังให้สถานการณ์บ้านเมือง แล้วชวนเพื่อนๆ มาคุยเรื่องของเรากันดีกว่านะคะ ซอกแซกมีโอกาสได้พูดคุยกับคุณช่อมณี หรือผู้ที่เขียนนิยาย แปรดาว เรื่องการผลักดันหนังสือไทยไปนอก ซึ่งคุณช่อมณีบอกว่า หนังสือวรรณกรรม(นิยาย) มีคุณภาพพอที่จะส่งไปขายต่างประเทศ เราอย่ามัวไปห่วงเรื่องทำหนังสืออย่างไรฝรั่งถึงจะอ่าน เพราะชาวตะวันตกเขาเบื่อแล้วที่จะอ่านแนวที่เขาเคยอ่านมา ที่เขาอ่านวรรณกรรมของเอเชีย เพราะอยากรู้ว่าคนเอเชียคิดอะไร มความเชื่อแบบไหน ซึ่งเขายอมรับได้เรื่องความแตกต่างค่ะ ดูอย่างที่เขาเอาหนังเรื่องชัตเตอร์ของไทยไปสร้างเป็นเวอร์ชั่นฝรั่งสิคะ นั่ก็บอกได้แล้วว่าฝรั่งเขาก็อยากได้ความแตกต่างไปนำเสนอที่ประเทศเขาเช่นกัน แต่ปัญหาใหญ่ของคนไทยก็คือไม่ได้รับการส่งเสริมอย่างจริงจังสักที ทำแบบขาดๆ หายๆ ทำอะไรเป็นพักๆ  วันๆ คิดแต่จะเอาชนะกัน ไม่รู้บ้างหรอกว่าประชาชนต้องการอะไร บ้านเมืองอื่นเขาไปถึงไหนแล้ว มัวแต่แดกดัน เหยียบขาเหยียบแข้งกันเองอยู่นั่น หยิกเล็บก็เจ็บเนื้อนั่นแหละค่ะ....เฮอะ  เอาอีกแล้วซอกแซก  วนกลับมาเรื่องเดิมอีกแล้วเจ้าค่ะ ไปก่อนดีกว่า........@(27สิงหาคม2551) 

 

ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ร้อนระอุ จนประชาชนรู้สึกระอา  เรื่องที่คุยกันเป็นฟืนเป็นไฟว่าจะผลักดันการอ่านขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ ก็คงถูกละเลยเป็นธรรมดา  ลำพังแค่จะแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน หรือปัญหาคาราคาซังที่ยืดเยื้อมานานของตัวเองก็แทบไม่หวาดไหว  อืม....ช่างน่าเห็นใจจริงๆ    ไอ้ครั้นจะลุกขึ้นมาโพกผ้าประท้วงกับเขามั่ง ก็คงไม่เกิดประโยชน์  ไม่ใช่ว่าเรื่องพื้นฐานการอ่านของคนในชาติเป็นเรื่องเล็กๆ หรอกนะคะ แต่ทว่ามันอาจจะใหญ่เกินไปสำหรับประเทศไทยด้วยซ้ำ  สงสารก็แต่เด็กตาดำๆ  ที่เรียกกันว่าอนาคตของชาติ ที่ต้องถูกผู้ใหญ่ปิดหูปิดตา และยัดเยียดความต้องการของตัวเองให้  เฮ้อ....จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อประเทศนี้เขาปกครองกันด้วยระบอบประชาธิปไตย เสียงส่วนใหญ่ว่ายังไงก็ต้องเป็นไปตามนั้น ก็ถูกแล้ว  เอ....ว่าแต่ถ้าเสียงส่วนมากมันเป็นเสียงเลวล่ะ........เออ.....ก็น่าคิด ซอกแซกไปดีกว่าเดี๋ยวยาว   เหอๆ.......@(26สิงหาคม2551)

 

สวัสดีครับพี่น้อง ซอกแซกมารายงานตัวแล้ว นี่ก็อีกไม่กี่วันแล้วสินะคะที่จะมีการประกาศผลรางวัลซีไรท์สำหรับปีนี้ หลายคนก็รอลุ้นกันอยู่ว่าจะเป็นเรื่องสั้นเล่มไหนที่คว้ารางวัลนี้ไป ซึ่งเป็นรางวัลที่เชิดชุเกียรตินักเขียนได้ดีพอสมควรทีเดียว ซอกแซกพยายามหาอ่านมาหลายเรื่องแล้วก็ยังลุ้นๆ อยู่ว่าจะเป็นเล่มไหนดี แต่ถ้าผลรางวัลประกาศออกมาเมื่อไหร่ รับรองว่าซอกแซกจะรีบกระโดดเกาะขอบเวที คาบข่าวมาบอกทุกคนอย่างรวดเร็ว(รึเปล่า)แน่นอนค่ะ ส่วนปีหน้านั้นจะเป็นรางวัลซีไรท์ในประเภทสารคดี หวังว่าเราจะได้เห็นสารคดีดีๆ ออกวางขายกันให้เกลื่อนตลาดนะคะ เอ...แต่จะว่าไปมันจะดีรึเปล่าน้า....ที่หลายๆ สำนักพิมพ์ก็พยายามผลักดันผลงานตามวาระการประกวดแบบนี้  อย่างปีไหนประกวดนิยาย ก็พิมพ์แต่นิยาย ประกวดสารคดี ก็พิมพืแต่สารคดี อย่างนี้ อีกกี่ปีที่บทกวี และเรื่องสั้นจะได้ตีพิมพืกับเขาอีกล่ะเนี่ย ....เฮ้อ......@(25 สิหาคม 2551) 

 
พรุ่งนี้ค่ะ ชมรมผู้จัดจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย โดยการนำของท่านประธาน "เสน่ห์" แห่งสำนักพิมพ์สนุกอ่าน จะประชุมกันพิจารณาปัญหาสารพัดของร้านเครือข่ายนามบีทูเอสเป็นกรณีพิเศษ ซอกแซกถูกเจ้านายสั่งให้ไปร่วมประชุมด้วยเพราะมีการเผชิญหน้ากันอย่างสำคัญ ระหว่าง suppleirs และ เครือข่ายใยแมงมุมร้านหนังสือใหญ่เจ้านี้ มีอะไรคืบหน้าซอกแซกจะนำมาเม้าส์เล่ารายงานต่อแฟนคลับ ตามประสาซอกแซกค่ะ
 
ขอแสดงความยินดีด้วยกับ น้องโมน สวัสดิ์ศรี และ คุณพี่เตือนใจ นิลรัตน์ ที่ได้เข้าไปแทนตำแหน่งของพี่พัลลภ สามสี ฮะแอ้ม เป็นความยินดีจากใจจริงซอกแซกนะคะ สงสัยแต่เพียงว่า พอพี่เตือนใจเข้าไปทำงานในค่ายมติชนแล้ว พี่พินิจเปลี่ยนไปบ้างหรือเปล่าคะ เห็นรับปากว่าจะช่วยงานแถลงข่าวเปิดใจพยาบาลนักเขียนนาม "เสาวรี"  เอาเข้าจริง ๆ แล้ว ไม่มาตามนัดเฉยเลยค่ะ ทั้ง ๆ ที่ตรวจสอบวันเวลาที่พี่เขาสะดวกล่วงหน้าร่วมสิบวัน กังวลเรื่องใดอยู่ฤาเจ้าคะ หรือติดงานสำคัญจริง ๆ จึงแจ้งพี่เสาวรี ทั้งเพื่อนและพี่สาวที่แสนดีล่วงหน้าไม่ทัน สะกิดสะเกาเล่นสนุกตามประสาซอกแซก อย่าถือสากันเลยนะคะ วันนี้เป็นวันหยุดวันอาทิตย์ นอนดูพิธีปิดโอลิมปิคน่าจะสนุกกว่า อิ อิ .........@ (24 สิงหาคม 2551)
 
เมื่อวานนี้ซอกแซก ก็ได้ไปร่วมงานเสวนา "ตามหาชั่วชีวิต ตามหาวรรณกรรมสร้างสรรค์ที่เริ่มจางหายไปจากร้านหนังสือ" โดยมีผู้ร่วมเสวนาก็คือ คุณอาทร เตชะธาดา แล้วก็คุณเสาวรี เอี่ยมลออ พยาบาลสาวนักเขียน ผู้แสนเรียบร้อยที่สามารถสร้างสรรค์เรื่องราวในรวมเรื่องสั้นของเธอ ให้โดนใจคณะกรรมการ ติดหนึ่งใน 9 เล่มสุดท้าย รางวัลซีไรต์ในปีนี้ค่ะ ส่วนเนื้อหาใจความของการเสวนา ในครั้งนี้ ก็คือ ในปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่า พื้นที่ของวรรณกรรมที่มีคุณค่า สาระ ตามร้านหนังสือนั้นถูกจำกัด และน้อยลงกว่าเดิมมาก อันเนื่องมาจาก การรุกก้าวเข้ามาของหนังสือแนววัยรุ่น ทั้งประเภทแนวความรักหวานแหวว แนวแฟนตาซีฯลฯ ซึ่งบางเรื่อง มีลักษณะการใช้ภาษาหรือ เนื้อหาที่ขาดความสละสลวย ลึกซึ้ง หรือให้สาระ คุณค่า  วิธีแก้ปัญหานี้ก็คือ ทางสำนักพิมพ์ก็ต้องเพิ่มการประชาสัมพันธ์หนังสือ ดีๆ มีสาระให้มากขึ้นและทำอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ร้านหนังสือก็ควรจะ จัดเนื้อที่สำหรับวางแสดงหนังสือเหล่านี้ ให้มากขึ้น เพิ่มอายุบนชั้นวางหนังสือ ให้โอกาสวรรณกรรมสร้างสรรค์ได้วางปรากฏสู่สายตานักอ่าน ไม่ใช่ถูกนำไปเสียบสัน ด้วยเวลาอันรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าหนังสือขายไม่ออก ส่วนผู้อ่าน โดยเฉพาะเยาวชน ก็ควรได้รับการแนะแนว จากผู้ปกครอง ให้เลือกอ่านหนังสือที่มีคุณค่าสาระ มากขึ้นด้วยเช่นกัน
ซึ่งจะเห็นได้ว่าการจะทำให้วรรณกรรมสร้างสรรค์ได้มีโอกาสอยู่รอดต่อไปได้ ก็ขึ้นอยู่กับทุกๆ ฝ่ายต้องมีจิตสำนึกและเห็นคุณค่าของหนังสือประเภทนี้เสียก่อน ค่ะ  วันนี้ซอกแซกพูดเสียยาวเลยค่ะ งั้นซอกแซกขอตัวชะแว๊บไปอ่านหนังสือดีๆ เรื่อง "ตามหาชั่วชีวิต" ของคุณเสาวรีก่อนละกันนะคะ..............@(23 สิงหาคม 2551)
 
 
พูดถึงงานวรรณกรรมสร้างสรรค์ดีๆ  เดี๋ยวนี้หาอ่านยากจริงๆ นะคะ โดยเฉพาะวรรรกรรมตีตรารางวัลอย่างซีไรท์ ซึ่งน่าจะเป็นหนังสือที่มีช่วงอายุการขายได้ยาวนาน แต่ทุกวันนี้ ซีไรท์ก็ซีไรท์เถอะค่ะ  ถ้ายอดขายไม่เดินหน้าก็ต้องถูกเอาลงจากชั้นวางโชว์ปกอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน  แหม! ไม่ได้มาพูดเวอร์เลยนะคะเนี่ย ซอกแซกเคยเจอกับตัวเองมาบ่อยๆ พอเห็นหนังสือเล่มนั้นเล่มนี้ได้รางวัล ไอ้เราก็อยากจะไปลองซื้อมาอ่านบ้าง  แต่เดินไปเดินมา หาแล้วหาอีก ก็ไม่ทราบว่ามันซ่อนตัวอยู่ที่ไหนเลย  เฮ้อ.....ช่างน่าเศร้า  วรรณกรรมในท้องตลาดช่วงนี้เรียกได้ว่ามาไวไปไว เล่มไหนไม่ต้องตาต้องใจผู้อ่านต่อให้เนื้อหาดีแค่ไหน  ก็จำต้องลาจากร้านหนังสือใหญ่ๆ ไปเก็บตัวอยู่ในสต็อกกันล้นหลามไปหมด   เหลือแต่หนังสือตามกระแสยอดฮิตติดอันดับ ตามค่านิยมใหม่เอี่ยม ทีนี้เราจะทำอย่างไรกันดี  ต้องติดตามการเสวนาในวันนี้ดูค่ะเผื่อจะมีทางออกนะคะ  ย้ำอีกครั้งว่า พบกันที่ DubleA Book Tower ลานกิจกรรมชั้น 1 บ่ายสองครึ่งวันนี้นะคะ ..............@(22 สิงหาคม 2551)
 
พรุ่งนี้แล้วนะคะกับงานเสวนา “ตามหาชั่วชีวิต” ตามหาวรรณกรรมสร้างสรรค์ที่เริ่มจางหายไปจากร้านหนังสือ  โดยมีผู้ร่วมเสวนา คือ คุณอาทร  เตชะธาดา(เจ้านายซอกแซกเองค่ะ^_^)  ซึ่งจะมาพูดในตัวแทนของสำนักพิมพ์ และอีกท่านหนึ่งคือ พยาบาลนักเขียน  เสาวรี  เอี่ยมลออ  ซึ่งจะพูดในฐานะผู้รังสรรค์วรรณกรรมดีๆ ซอกแซกก็ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจทุกท่าน ไปพบกันได้ เวลา14.30 -16.30 น. ที่ ลานกิจกรรมชั้น 1 DubleA Book Tower ค่ะ ซึ่งใครที่พลาดการเสวนาครั้งนี้ไป ก็ติดตามอ่านกันได้ที่คอลัมน์จากขอบเวทีสู่ผู้อ่านของเราได้นะคะ วันนี้สวัสดีค่ะ.....@ (21 สิงหาคม 2551)

 

 

ซอกแซกเจ้าเก่ามาแล้วเจ้าข้า  วันนี้ว่าด้วยเรื่องการสั่งซื้อหนังสือทางอินเตอร์เน็ต ที่กำลังเป็นหัวข้อสนทนาใหญ่กันที่เว็บบอร์ดแห่งหนึ่ง  เมื่อน้องคนหนึ่งกำลังว้าวุ่นใจว่ากำลังจะโดนร้านหนังสือแห่งนั้นหลอก เนื่องจากโอนเงินให้แล้ว แต่ไม่ได้รับการติดต่อกลับ และติดต่อหาเขาไม่ได้ และที่สำคัญน้องเขาบอกว่าเว็บไซต์ของเราเป็นคนแนะนำร้าหนังสือนี้เอาไว้ ซอกแซกก็เลยขอเอี่ยวด้วยนิดนึงเพราะเหมือนเป็นความผิดของเว็บประพันธ์สาส์นด้วยส่วนหนึ่ง(ถ้าคุณน้องโดนเขาหลอกจริงๆ) ที่เคยลงบทสัมภาษณ์แนะนำร้านนี้เอาไว้ เมื่อนานมาแล้ว บอกเลยก็ได้ค่ะ คือร้านสยามโนเวล่านั่นเอง  งานนี้ไม่ได้มาแก้ต่างหรือเข้าข้างใครนะคะ  และต้องยอมรับว่าการที่เราไปสัมภาษณ์หรือแนะนำเว็บไซต์ไหนนั้น เราไม่ได้ตรวจสอบหรือมีเครื่องหมายการันตีความน่าเชื่อถืออะไร เราแค่อยากจะแนะนำร้านหนังสือเล็กๆ ที่คนยังไม่ค่อยรู้จักให้เขามีโอกาสทางการค้าขึ้นมาบ้าง เพราะทุกวันนี้ร้านหนังสือที่ไม่ได้ขึ้นห้างอาการร่อแร่เต็มทนแล้ว แต่ในกรณีของน้องที่เจอปัญหาแบบนี้ก็อยากแนะนำให้รอก่อนนะคะ บางทีเขาอาจจะยังไม่มีสินค้าก็ได้เพราะเขาคงไม่มีหนังสือในสต็อก ทางที่ดีคราวต่อไปถ้าอยากสั่งซื้อหนังสือผ่านเว็บไซต์ ให้ซื้อกับเว็บของสำนักพิมพ์นั้นๆ เลยน่าจะปลอดภัยกว่านะคะ แถมได้หนังสือเร็วกว่าด้วย เพราะสำนักพิมพืมีหนังสือในสต็อกกันเยอะแยะมากมาย 555+  อย่างเว็บประพันธ์สาส์นนี่ไง ลดพิเศษหนำใจ  แถมส่งตรงถึงบ้านไม่อิดออด  แหม!ขอขายของหน่อยน่า...นะ........@(20 สิงหาคม 2551)

 

 

หลังจากรู้สึกอึดอัดใจกับภาพที่เห็นมานาน แม้ไม่อยากพูดก็คงต้องพูดสักหน่อยแล้วล่ะค่ะ สืบเนื่องจากที่ซอกแซกเคยเล่าว่าเศรษฐกิจของนิตยสารไทยมีแนวโน้มที่จะทรุดตัวลงฮวบๆ จนบรรดานิตยสารที่ยังพยุงตัวอยู่ได้ทั้งหลายแหล่ ต้องงัดกลเม็ดเด็ดพรายมาจูงใจผู้บริโภค คืออะไรที่เป็นอุปสงค์ก็จะต้องมีอุปทานมารองรับ แต่สำหรับนิตยสารบางฉบับ(ขอไม่เอ่ยนาม)มันดูจะมากมายไปสักนิด โดยเฉพาะในเรื่องการยั่วยุทางเพศ ซึ่งพักนี้ซอกแซกเห็นความเปลี่ยนแปลงแบบแปลกๆ ของหน้าปกนิตยสารดังๆ หลายหัว ซึ่งเมื่อพูดกันถึงเรื่องความวาบหวิวของปกแล้ว ส่วนใหญ่เราจะพูดกันถึงเรื่องสรีระรูปร่างของสาวๆ ที่เกือบจะเปลือยกายบนหน้าปกหนังสือโดยแอบอ้างคำว่าศิลปะ ตรงนั้นก็พอจะแถกันไปได้เพราะเรือนร่างผู้หญิงที่มีส่วนเว้าส่วนโค้งถูกดึงมาพัวพันกับคำว่าศิลปะมาเนิ่นนานแล้ว แต่ทว่าล่าสุดนี่มันไม่ใช่ผู้หญิงซะแล้วน่ะซีคะ  แต่กลับเป็นเรือนร่างของชายชาตรี(รึเปล่า)ที่มาผงาดอยู่บนแผงหนังสือซะจนซอกแซกต้องผงะแทบจะหงายเงิบ ครั้นจะเข้าไปหยิบขึ้นมาดูคนอื่นเขาจะหาว่าซอกแซกโรคจิตรึเปล่าไม่รู้  ดูๆ ไปมันเหมือนหนังสือโป๊ชายเปลือยชัด นี่หรือคะจุดขายที่เอามาทำสงครามแข่งขันกัน 

           ไม่ทราบว่าไอ้ที่รณรงค์จัดเรตหนังสือกันนี่รวมนิตยสารเข้าไปด้วยรึเปล่านะคะ เพราะเห็นมีข่าววรรณกรรมอิโรติกของหลายๆ  สำนักพิมพ์ถูกแบน  หนังสือการ์ตูนวาบหวิวก็ยังถูกแอนตี้ แล้วนี่....ไม่อยากจะอธิบาย อย่างไรก็ขอฝากฝังผู้เกี่ยวข้องเอาไว้ด้วย สงสารสายตาเยาวชนบ้างก็ยังดี....นะคะ.....@(19สิงหาคม2551)

 

 

ยิ่งนับวันหนังสือวรรณกรรมสร้างสรรค์ทั้งหลาย กลับกลายเป็นหนังสือที่หาซื้อยากยิ่งนะคะ ยิ่งตามร้านหนังสือทั่วไปแทบจะต้องพลิกร้านหา แม้กระทั่งหนังสือที่คว้ารางวัลมาการันตีก็แล้ว ยอดขายยังสู้หนังสือบ้านๆ ไม่ได้เลย คงจริงอย่างที่เขาว่า หนังสือดี ไม่ได้หมายความว่าต้องขายดีด้วยเสมอไป ผู้คนสมัยนี้อาจจะไม่นิยมวรรณกรรมที่เคี้ยวยาก อ่านแล้วต้องย่อยอีกหลายชั้นแล้วกระมังคะ ยุคเร่งรีบการอ่านหนังสือก็คงต้องรีบเร่งไปด้วย รีบอ่านรีบเข้าใจซะ อะไรประมาณนี้น่ะค่ะ

    ทางสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์นก็เลยถือโอกาสเอาข้อสงสัยอันนี้ มาจัดเสวนาในหัวข้อ "ตามหาชั่วชีวิต"ตามหาวรรณกรรมสร้างสรรค์ที่เริ่มจางหายไปจากร้านหนังสือ ขึ้น เพื่อที่จะมาร่วมกันหาคำตอบว่าวรรณกรรมสร้างสรรค์ที่เคี้ยวยากแต่อิ่มนานนั้นอยู่ที่ไหน และจะมีแนวโน้มเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต

โดยมีผู้ร่วมเสวนาคือ คุณอาทร  เตชะธาดา และพยาบาลนักเขียน เสาวรี  เอี่ยมละออ ในวันที่ 22 สิหาคม 2551 เวลา 14.30-16.30น.ณ ลานกิจกรรมชั้น1 Thailand Book Tower ถนนสาทร ปากซอยสารทร 12 ใครสนใจก็ไปร่มงานกันได้นะคะ หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่คุณจุลพงศ์ 02-4351671 วันนี้ซอกแซกบ๊ายบายก่อนนะคะ...มีนัดค่ะ..(เอ๊ะ!ใครถาม).......@(18สิงหาคม2551)

 
 
ใครจะนึกไปถึงนะคะว่า เจ้าฟ้านักประพันธ์ของเรา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี นอกจากจะทรงเป็นเอกอัครศิลปิน ด้วยงานอักษร งานวาดภาพ งานถ่ายรูป ฯลฯ แล้ว สมเด็จพระเทพฯ ท่านยังสนใจในศาสตร์และศิลป์ของงานบริหารธุรกิจสมัยใหม่อีกต่างหากค่ะ ฉะนั้น ฝ่ายบริหารหลักสูตรและวิชาการ ของสถาบันศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต้องออกแบบหลักสูตรการเรียน MBA ชนิดเข้มข้นและเร่งรัดจัดให้สมเด็จพระเทพฯเข้าใจภายใน 5 วันเต็ม เนื่องจากพระราชกรณียกิจของท่านมีคิวเข้าแถวรอชนิดยาวเหยียด ฉะนั้น ห้าวันที่ท่านอุทิศเวลาให้กับการเรียน MBA นี้  ก็เสมือนสองปีที่สามัญชนอย่างเราใช้เวลาเรียนกันเชียวค่ะ แหมซอกแซกอยากตามเสด็จท่าน แม้แอบได้ฟังได้ยิินอยู่นอกห้องเรียนพิเศษนี้ก็ยังดี จะได้มีโอกาสศึกษาความรู้ด้านการบริหารจัดการหลักสูตรเร่งรัด แม้เพียงหนึ่งในร้อยของเจ้าฟ้าหญิงฯ อันเป็นที่รักของปวงชนชาวไทย ก็จะนับได้ว่าเป็นบุญเก่าของซอกแซกที่ทำให้มีชีวิตอย่างไม่เสียชาติเกิดเป็นอย่างยิ่ง จบข่าวภาควันอาทิตย์ด้วยข่าวดีแต่เพียงเท่านี้ค่ะ สวัสดีแฟนคลับหน้าต่างแห่งนี้ทุกท่านประจำวันอาทิตย์ด้วยรักและผูกพันเสมอ.....@ (17 สิงหาคม 2551)

 

"จะมืดกี่ด้าน ก็ผ่านได้"เป็นชื่อผลงานชิ้นล่าสุดของ ณ เพชร สำนักพิมพ์ ที่จะเปิดตัวกันในวันอังคารนี้ สิ่งที่น่าสนใจคือ เป็นเรื่องราวของการก้าวผ่านวิกฤติต่างๆ ในชีวิต ของคุณกรรนิกา ธรรมเกษร ที่ทั้งถูกปิดรายการทีวี เป็นหนี้ธนาคาร พนักงานหักหลัง ผิดหวังในรัก ฆ่าตัวตาย หมายศาล ป่วยเข้าโรงพยาบาล (เอ่อ...พอแล้วมั้งคะ) เยอะแยะมากมายที่กว่าจะผ่านพ้นมาได้ มาร้อยเรียงเป็นตัวหนังสือโดย คุณเพชรยุพา บูรณ์สิริจรุงรัฐ  ซอกแซกเชื่อว่าหลายๆ คนก็คงเจอมรสุมชีวิตมาคล้ายๆ กัน เวลามีเรื่องร้ายๆ มันก็ไม่ได้มาเรื่องเดียว มันชอบมะรุมมะตุ้มพร้อมๆ กันให้ปวดหัว ซอกแซกขอเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังประสบปัญหาทุกๆ คนนะคะ แล้วการถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตมาเป็นหนังสือให้อ่านกันแบบนี้ ถือเป็นอุทาหรณ์สอนใจได้ดีกว่ากลวิธีอื่นๆ เลยทีเดียว อย่างที่เค้าบอกว่าชีวิตก็เหมือนนิยาย และบางชีวิตก็อาจจะยิ่งกว่านิยายอีกด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นถ้ามีโอกาสได้ฟัง หรือได้อ่านเรื่องราวชีวิตของใครก็รีบเถอะค่ะ เพราะเรื่องราวชีวิตของบางคน อาจจะทำให้อีกคนฮึดสู้ขึ้นมาก็ได้...เชื่อหรือไม่ก็ลองดูค่ะ.....@(16 สิงหาคม 2551)

 

 

ซอกแซกมาแล้วค่ะ วันนี้เอาเรื่องราวดีๆ มาฝากกัน สำหรับใครที่เป็นอาสาสมัครช่วยเหลือสังคม ไม่ว่าเป็นอาสาที่ไหน อยู่หน่วยงานอะไร หรือชอบทำกิจกรรมส่งเสริมสังคมทุกประเภท วันนี้ กองบรรณาธิการนิตยสาร "ฅนช่วยฅน" ซึ่งเป็นนิตยสารที่นำเสนอเรื่องราวที่เป็นสาธารณกุศล เขาเปิดพื้นที่ให้คนใจบุญที่คันไม้คันมืออยากเขียน อยากเล่าประสบการณ์ของตนเอง เขียนเรื่องราวส่งมาที่นิตยสารได้เลยนะคะ อาจจะเป็นภาพกิจกรรมเด็ดๆ หรืออยากจะแนะนำบุคคลที่ทำคุณประโยชน์เพื่อสังคม แม้กระทั่งเรื่องราวการทำงานเป็นอาสาสมัครของตัวเอง ไม่ว่าจะเศร้า สนุก ตื่นเต้น ก็เขีนบอกมาได้ ที่ relifpress@gmail.com  จ้า งานนี้ต้องขอย้ำว่าเป็นสาธารณกุศลจริงๆ นะคะ ทุกเรื่องที่ได้ลงในนิตยสารถือเป็นธรรมทาน ให้คนอื่นได้รับรู้เรื่องราวของชาวอาสาสมัคร และไม่ต้องห่วงว่าจะ เอาบทความของคุณไปแสวงหากำไรใดๆ เพราะนิตยสารเล่มนี้ เขาแจกฟรี เจ้าข้า....แหม!ซอกแซกก็ถือเป็นอาสานะคะเนี่ย ก็อาสามาบอกไงล่ะ..อิอิ......@(15 สิงหาคม 2551)

 
 
สวัสดีค่ะ ซอกแซกมาทักทายตามปกติ แล้วก็มีข่าวมาฝากกันอีกเช่นเคย แหมๆๆ เวทีสำหรับนักเขียนเรื่องสั้นนี่ค่อนข้างเยอะเชียวนะคะ ล่าสุดก็ การประกวดเรื่องสั้นรางวัลเกียรตินิยมวรรณศิลป์ ครั้งที่ 4 กับหัวข้อ "เก็บความอิ่มเอมให้เต็มกระปุก" แต่เวทีนี้สำหรับน้องๆ มัธยมและอุดมศึกษาเท่านั้นนะคะ ใครอายุเกินแล้วก็อดค่ะ อิอิ  จัดขึ้นโดยชมรมวรรณศิลป์  องค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  น้องคนไหนสนใจก็รีบแจ้นส่งไปนะคะ เปิดรับสมัครถึง 30 กันยายนนี้เท่านั้น  ที่ซอกแซกแอบแซวว่ามีเวทีสำหรับนักเขียนเรื่องสั้นมากก็จริง แต่เรื่องสั้นกลับไม่เป็นที่นิยมในการอ่านสักเท่าไหร่กระมังคะ เนื่องด้วยหลายๆ สำนักพิมพ์เองก็ยังเมินหน้าให้กับการพิมพ์รวมเรื่องสั้น โดยเฉพาะของนักเขียนโนเนม เอ ว่าแต่มันเป็นเพราะอะไรกันหนา เรื่องสั้นถึงได้ถูกมองข้ามแบบนี้ ทั้งๆ ที่ซอกแซกคิดว่าการอ่านเรื่องสั้นมันกินอารมณ์มากเลยทีเดียวนะคะ แค่ไม่กี่หน้าเขาเขียนได้อิ่มเอมขนาดนั้น ซอกแซกชอบอ่านค่ะ อย่างไรก็ตามอย่าให้เรื่องสั้นต้องถูกลืมเลือน โดนกลบเกลื่อนหายไปเลยนะคะ ช่วยสนับสนุนกันหน่อยเถอะ ไม่งั้นเดี๋ยวต่อไปจะไม่มีใครเขียนเรื่องสั้นแล้วนะเออ.......@(14 สิงหาคม 2551)
 
 
ซาบซึ้งตรึงใจกันไปเรียบร้อยแล้วกับวันพิเศษที่ทำให้หลายๆ คนอยากกลับบ้านมากที่สุด อย่างวันแม่แห่งชาติเมื่อวานนี้ไงคะ เล่นเอาน้ำตาซอกแซกซึมๆ อยู่เหมือนกันนะเนี่ย(โดนแม่ด่า 555) มาเข้าเรื่องของเรากันดีกว่าค่ะ วันนี้ซอกแซกจะพาไปฟังเสวนา "สำรวจใจนักอ่านแฟนพันธุ์แท้ อ่านอะไร ทำไมจึงอ่าน อ่านแล้วได้อะไร" หัวข้อกวนๆ อารมณ์แบบนี้ เป็นโครงการที่สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยจัดขึ้นค่ะ ซึ่งจะจัดขึ้นทั้งหมด 5 ครั้ง ว่ากันด้วยครั้งที่ 1 ก่อนเลยค่ะ เสาร์นี้ สำหรับนักอ่านแฟนพันธุ์แท้เรื่องสังคมการเมือง จากมติชนสุดสัปดาห์/เนชั่นสุดสัปดาห์/กรุงเทพธุรกิจ/สยามรัฐสั ปดาหวิจารณ์ฯลฯ และนักอ่านทั่วไป) ส่วนผู้ดำเนินรายการเสวนาก็คือ  เจน  สงสมพันธ์
 และ จตุพล  บุญพรัด นั่นเองค่ะ ใครที่สนใจก็รีบๆ โทรไปจับจองที่นั่งกันนะคะ งานนี้ฟรีค่ะขอบอก ส่วนครั้งต่อๆ ไปและรายละเอียดต่างๆ ติดตามอ่านกันได้ที่บอกเล่าเก้าสิบ หรือทางเว็บไซต์ของสมาคมนักเขียนได้เลยนะคะ ซอกแซกแวะมาบอกข่าวเท่านี้ก่อนล่ะจ้า บ๊ายบาย......@(13สิงหาคม2551)

 
 

วันพฤหัสบดีที่ 7ส.ค.สัปดาห์ที่แล้ว ซอกแซกเพิ่งทราบจากแหล่งข่าวว่าพี่ตู๋ย (บิ๊กนิรันศักดิ์)ของเรา ได้นัดพบปรึกษาพูดคุยกับดร.ชัยวัฒน์ ซีอีโอคนปัจจุบันแห่งธ.กรุงไทย(มหาชน)จำกัด เพื่อทาบทามขอเชิญมาเพื่อเป็นผู้ตัดสินรางวัลจุดประกายวรรณกรรม ร่วมกับบิ๊กบอส สุทธิชัย แห่งค่ายเนชั่น

 
ทราบว่ารางวัลจุดประกายวรรณกรรมจะมีรวม ๆ กันแล้ว เงินรางวัลร่วมครึ่งล้านนะคะ และซอกแซกทราบเหมือนคนอ่านข่าวทั่วไปว่า การตัดสินจะเสร็จสิ้นไม่เกินเดือนตุลาคมศกนี้ค่ะ เพียงแต่กระบวนการคัดเลือกและตัดสินผลงานมีทั้งจาก Blog และ ต้นฉบับ Hard Copy ที่ส่งเข้ามา ซึ่งนอกจากระยะเวลาในการคัดเลือกและตัดสินจำกัดแล้ว ยังมีก็อกสุดท้ายที่พิเศษอีกค่ะ คือหลังผ่านกรรมการคิดเลือกและตัดสินแล้ว ก็อกที่สามกรรมการพิเศษมีอยู่เพียงแค่สองท่าน คือท่านดร.ชัยวัฒน์ และ บิ๊กบอสสุทธิชัย ที่จะลงความเห็นสุดท้ายอันถือเป็นเด็ดขาดเท่านั้น ซอกแซกถ้าทราบจากแหล่งมาผิดก็กราบขออภัยงาม ๆ ด้วยนะเจ้าคะ แต่ถ้าแหล่งข่าวแจ้งมาไม่ผิด ซอกแซกก็ขออนุญาตออกความเห็นประสาผู้น้อย ว่าการทำงานทั้งกระบวนการน่าจะเป็นไปอย่างยากลำบากมาก เพราะผลงานที่ต้องคัดเลือกและตัดสินมีจำนวนมาก ในขณะที่เวลาทำงานมีจำกัด ที่สำคัญเวลาของก็อกที่สามซึงเป็นเวลาของคนทำงานบริหารองค์กรใหญ่ทั้งคู่ จะสามารถจัดสรรเวลาให้กับการอ่านงานสร้างสรรค์ที่ละเอียดอ่อนได้แค่ไหน (โดยเฉพาะถ้างานที่ผ่านรอบเข้ามา ผู้เขียนไม่ได้เขียนเป็นอาชีพหรือกิจวัตร )น่าจะเป็นกระบวนการที่รุงรังและยาวยืดเกินไปไหมคะ พี่ตุ๋ยขา....@ (12 สิงหาคม 2551)
 
 
ทุกวันนี้อินเตอร์เน็ตเป็นสื่อที่เกี่ยวข้องกับชีวิตเรามากขึ้นทุกวันเลยนะคะ  ไหนจะมีข้อมูลให้ค้นหา  มีข่าวให้อ่าน มีบทความ มีรูปภาพให้เลือกหาเลือกดูกันมากมาย และทำง่ายๆ แค่คลิ๊ก  ทำให้สื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ โดยเฉพาะนิตยสารด้วยแล้ว ยิ่งมีความน่าเป็นห่วงในเรื่องอัตราของการเติบโตมากขึ้น เพราะถ้าจำไม่ผิดเมื่อ 4-5 ปีที่แล้วยังมีนิตยสารเปิดหัวใหม่กันเป็นร้อยๆ หัว แต่ทว่าปีนี้ แค่ 40 กว่าหัวก็หรูแล้ว นี่ยังไม่นับหัวใหม่ๆ ที่ปิดตัวเงียบหายไปจากแผงหนังสืออีกนะคะเนี่ย  ทีนี้นิตยสารจะสู้กับอินเตอร์เน็ตอย่างไร คงต้องใส่ใจกันที่ contentแล้วล่ะค่ะ อย่างไรซะซอกแซกก็ว่าผู้บริโภคก็ยังต้องการบริโภคสิ่งพิมพ์ที่จับต้องได้อยู่ดี ยิ่งถ้าเราทำให้มันน่าอ่าน น่าจับต้อง ก็จะยิ่งมีภาษีดีขึ้น  ผู้ผลิตคงต้องหากลเม็ดเด็ดพรายมาสู้กันบ้างแล้ว โดยเฉพาะนิตยสารหัวใหม่ๆ ทั้งหลาย อาจจะต้องกลุ้มมากขึ้นเป็นสองเท่า  การต่อสู้ระหว่างสื่อมีเดียกับสื่อสิ่งพิมพ์จะเป็นอย่างไรก็ตาม  หวังว่าผู้บริโภคอย่างเราจะได้กำไรบ้างนะคะ หุหุ....@(11สิงหาคม 2551)

 

ลมสดชื่นโชยมาจากชายหาดเกาะสมุย แว่วเสียงพี่เสาวรี พยาบาลนักเขียนเคล้าเสียงคลื่นทะเลผ่านมาทางสายโทรศัพท์ถึงซอกแซก บอกว่าแลกเวรกับเพื่อนเพื่อปลีกวิเวกมาเขียนหนังสือตามลำพัง ณ เกาะแก่งแห่งนี้ เพราะพอรู้สึกว่าพลังสร้างสรรค์งานอักษรพวยพุ่งดังน้ำพุแห่งชีวิตด้านในไหลออกมาจากส่วนลึกของหัวใจ จึงลงทุนเดินทางมาหาที่สร้างสรรค์งานวรรณศิลป์เรื่องใหม่คนเดียว ซอกแซกได้ตระหนักถึงปณิธานชีวิตอันหนักแน่นของพี่เขา ก็ขอเอาใจช่วยให้พี่มีความสุขมาก ๆ ทุกครั้งที่จารอักษราฝากไว้แด่บรรณพิภพมาตุภูมิของเรา

สืบเนื่องจากบทสัมภาษณ์วิจารณ์หนังสือของหมอสม "ไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น" จากเซคชั่น "จุดประกายวรรณกรรม" น.ส.พ.กรุงเทพธุรกิจฉบับวันอาทิตย์ที่แล้ว แหล่งข่าวแจ้งว่า หมอสมยอมรับคำวิจารณ์และพร้อมปรับปรุงแก้ไของค์ความรู้ส่วนที่คลาดเคลื่อนนะคะ เลยกระซิบบอกสำนักพิมพ์ผู้จัดพิมพ์ว่า ขอชลอการผลิตซ้ำแม้จะได้ค่าลิขสิทธิ์เพิ่มเติมจากการพิมพ์ซ้ำก็ตาม แต่ก็ไม่สบายใจที่ผู้อ่านจะต้องเสพความรู้อันบกพร่องไปด้วย นับว่าเป็นสปิริตของผู้เขียนที่รับผิดชอบต่อผู้อ่านโดยแท้ แม้ยอดพิมพ์ขายที่ผ่านมาจะทะลุจำนวนเล่มเลขหกหลักไปแล้วก็ตาม ซอกแซกก็ขอปรบมือที่คุณหมอรู้จักคำว่า"พอ"  มิได้เห็นแก่ลาภและชื่อเสียง มากกว่าความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องของผู้บริโภคงานอักษรค่ะ สวัสดีและสวีดัดค่ำวันอาทิตย์นะคะ.........@ (10 สิงหาคม 2551) 

เมื่อวานนี้ ซอกแซก ได้มีโอกาสนั่งชิดติดขอบจอชมพิธีเปิด มหกรรมกีฬาโอลิมปิก ปักกิ่งเกม 2008 ซึ่งมีการแสดงสวยสดงดงามตระการตา ยิ่งใหญ่อลังการ ทุกชุดการแสดงสะกดสายตาของ ซอกแซก ให้หยุดนิ่งอยู่ที่หน้าจอ ราวกับต้องมนต์เลยทีเดียว ดินแดนมังกร นี่ช่างมีมนต์เสน่ห์ และมีประวัติรากเหง้าอันยาวนาน เกรียงไกร สมกับคำกล่าวขานที่ว่า ประเทศจีนเป็นหนึ่งในมหาอำนาจของโลก ยุคใหม่ จริงๆ ค่ะ

และหากผู้อ่านท่านใดสนใจ ติดตามหาอ่านวรรณกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องราวชีวิตของชาวแดนมังกรแล้วละก็ นวนิยายเรื่อง 'รอยวสันต์' ของคุณยุวดี ต้นสกุลรุ่งเรือง ก็เป็นอีกหนึ่งวรรณกรรมชั้นดี ที่กำลังรอคอยให้ท่านผู้อ่านได้ เติมเต็มสาระความรู้ ความอบอุ่น ความลึกซึ้งของภูมิปัญญา ชาวจีน ได้อย่างถึงแก่น  ยังไงก็ลองติดตามอ่านกันดูนะคะ.......@ (9 สิงหาคม 2551)
 
 
สวีดัส... สวัสดีค่ะ... ทุกท่าน ก่อนอื่นซอกแซกต้องรีบกล่าวแสดงความยินดีกับ คุณไพวรินทร์ ขาวงาม และ คุณขจรฤทธิ์ รักษา ที่คว้ารางวัลศิลปาธร ปี 2551 สาขาวรรณศิลป์ ขึ้นแท่นเป็นศิลปินร่วมสมัยดีเด่นกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อาจจะดูช้าไปแต่คงไม่ช้าเกินนะคะ นั่นแน่ หลายคนคงไม่ค่อยคุ้นกับรางวัลนี้เท่าไหร่ใช่ไหมคะ รางวัลศิลปาธรก็คือ รางวัลที่มอบให้แก่ศิลปินร่วมสมัยสัญชาติไทย ผู้มีผลงานสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง จัดโดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย จุดประสงค์ก็เพื่อส่งเสริม และสนับสนุนศิลปินไทยให้ก้าวไปในเส้นทางอาชีพอย่างมั่นคง และมีกำลังใจสร้างสรรค์ผลงานดีๆ ต่อไปไงคะ ซึ่งเขาแบ่งออกเป็น 5 สาขา ได้แก่ สาขาทัศนศิลป์, วรรณศิลป์ ,คีตศิลป์,ภาพยนตร์ และศิลปะการแสดง ค่ะ เห็นว่าจัดมาปีนี้เป็นปีที่ 5 แล้ว  บุคคลในสาขาวรรณศิลป์ของเราเคยได้รับรางวัลนี้กัน ก็มี ชาติ กอบจิตติ, กิติศักดิ์ มีสมสืบ, วินทร์ เลียววารินท์ และศิริวรแก้วกาญ เป็นต้นค่ะ สำหรับทั้งสองท่านนี้ ซอกแซกก็เห็นว่าเหมาะสมอย่างยิ่งค่ะ เพราะทั้งสองคนก็ตั้งหน้าตั้งตาสร้างผลงานมาไม่น้อย ชาวแวดวงน้ำหมึกทั้งหลายเห็นด้วยใช่มั้ยคะ แหม! มีเรื่องดีๆ อย่างนี้มันน่าฉลอง เอ้า!...ดื่ม.... (ดื่มกาแฟกันน่ะค่ะ อย่าคิดมาก อิอิ) .........@(8 สิงหาคม 2551) 

 

วันนี้คุณสันติสุข โสภณสิริ เจ้าของคอลัมน์ไม่อ้วนโดยไม่อดของเราก็นำเกร็ดสาระความรู้ดีๆ เกี่ยวกับลดความอ้วนมาฝากกันอีกแล้วนะคะ ใครเป็นแฟนคอลัมน์นี้ก็อย่าลืมติดตาม คราวนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับอบเชยค่ะ อบเชยจะมาช่วยในการพิชิตความอ้วนได้อย่างไรก็อย่าลืมคลิ๊กเข้าไปอ่านกันดูได้เลยนะคะ คุณสันติสุข มีสูตรเด็ดมากมายเกี่ยวกับการใช้สมุนไพร แล้วแต่ละบทความของเขาล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องราวที่พี่สันติสุขค้นคว้ามาและเขียนขึ้นเอง ไม่ได้ลอกใครมาทั้งสิ้น รบกวนผู้ที่เข้ามาอ่านกรุณานำเนื้อหาไปใช้ประโยชน์ในทางที่ถูกต้อง อย่านำไปใช้เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวเลยนะคะ อย่าลืมว่างานทุกชิ้นมีลิขสิทธิ์ทางปัญญา แม้การนำไปดัดแปลงปรุงแต่งก็ถือว่าไม่สมควรแล้ว คงต้องฝากท่านผู้อ่านทุกท่านเป็นหูเป็นตา ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวพี่สันติสุขแกจะไม่อยากเขียนให้เราอ่านกันฟรีๆ แบบนี้อีกนะคะ  ส่วนใครที่อยากเป็นเจ้าของจับจองแบบเป็นเล่ม ก็ไม่แน่อาจจะมีโครงการเร็วๆ นี้ค่ะ..........@(7 สิงหาคม 2551)

 

สวัสดีค่ะแฟนๆ เว็บไซต์ประพันธ์สาส์นคะ วันนี้ซอกแซกโกรธค่ะ รู้สึกแย่ว่าทำไมถึงทำกันแบบนี้ (เอ่อ!...อย่าเพิ่งเปลี่ยนไปเว็บอื่นค่ะ กำลังจะเล่าแล้ว) เรื่องมันก็มีอยู่ว่า มีเพื่อนนักเขียนคนหนึ่งเค้าโพสต์นิยายลงในเน็ตให้เพื่อนๆ อ่านกันน่ะค่ะ หวังว่าจะมีสำนักพิมพ์ไหนสนใจและเอาไปตีพิมพ์บ้าง แต่วันดีคืนดี นิยายของเขากลับได้รับการตีพิมพ์ออกมาวางขาย โดยที่เจ้าตัวไม่รู้อิโหน่อิเหน่ นามปากกาก็ไม่ใช่ชื่อของเขา ปรากฎว่าเป็นคนอื่นลอกผลงานของเขามาส่งสำนักพิมพ์ อืม...ซอกแซกไม่เรียกว่าลอกดีกว่าค่ะ เรียกว่าโจรกรรมผลงาน น่าจะเหมาะสมกว่า คิดดูสิคะทำกันแบบนี้ได้อย่างไร เรื่องนี้อาจจะมีคนได้อ่านมาบ้างแล้ว และก็คงเกิดความหดหู่เหมือนซอกแซกในตอนนี้

     มิหนำซ้ำอาจจะทำให้หลายคนเกิดความกลัวกับการที่จะต้องโพสต์งานลงเน็ตจนจบ สำนักพิมพ์ต่างๆ เองก็คงเสียวสันหลังกันวาบๆ ไม่กล้ารับผลงานของน้องใหม่เพราะไม่แน่ใจว่าเขียนเองหรือเปล่า เห็นไหมคะ การกระทำของคนเห็นแก่ตัวมันทำให้คนอื่นเขาพาลเดือดร้อนกันไปหมด ใครที่คิดจะทำแบบนี้ อย่าเชียวนะคะ สงสารคนที่เค้าตั้งใจสร้างงานของเขามาบ้างเถอะ ซอกแซกอยากให้เทคโนโลยีอย่างอินเตอร์เน็ตเป็นตัวช่วยสร้างโอกาสให้นักเขียนหน้าใหม่ มากกว่าให้พวกมิจฉาชีพใช้ฉวยโอกาสนะคะ ช่วยใช้กันให้ถูกด้วยค่ะ เหมือนที่อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ว่าไว้ไม่มีผิดเลย ...ความเจริญถ้าไม่นำไปสู่อารยะ ก็นำไปสู่หายนะ... นี่แหละค่ะ โดนใจ..........@(6สิงหาคม2551) 
 

หนังสือ how to ยังคงเป็นแนวที่ผู้คนสนใจและให้ความสำคัญอยู่มากทีเดียวนะคะ อย่างล่าสุดก็มีหนังสือhow to ขายดีจากญี่ปุ่น มาวางแผงขึ้นอันดับหนังสือขายดีในเมืองไทยแล้ว หนังสือที่ซอกแซกพูดถึงก็คือเรื่อง "กฏแห่งกระจก" ของ โยชิโนริ โนงุจิ แปลโดย ทิพย์วรรณ ยามาโมโตะ ซึ่งเป็นหนังสือที่แนะแนวทางการฝ่าฟันความทุกข์ และการรู้จักตัวเอง โดยใช้กฏการสะท้อนเหมือนกระจกนั่นแหละค่ะ เค้าบอกว่าความรู้สึกและอารมณ์ของคุณจะสะท้อนให้เห็นตัวตนของคุณ ฟังดูแล้วก็น่าสนใจดีนะคะ แต่จะว่าไปก็คล้ายๆ กับเรื่องของพระพุทธศาสนาของบ้านเมืองเรา ก็คือการมีความทุกข์และการหาสาเหตุของการดับทุกข์ ประมาณนั้นแหละค่ะ ซอกแซกไม่ได้มาโปรโมทหนังสือให้ใคร และไม่ได้แนะนำว่าควรอ่านหรือไม่ แต่กำลังจะบอกว่าคนเราทุกวันนี้ขาดที่พึ่ง ขาดกำลังใจ และต้องการหาอะไรมายึดเหนี่ยว บางทีหนังสือดีๆ สักเล่ม ก็อาจเปลี่ยนชีวิตคนได้ (เอ๊ะ! ประโยคคุ้นๆ) ซอกแซกก็อยากให้คนที่กำลังทุกข์ กำลังเครียด ลองหาหนังสือดีๆ ซักเล่มมาเป็นเพื่อน ไม่ว่าจะเป็นหนังสือแนวให้กำลังใจ แนวธรรมะ หรือตลกขบขัน แต่ไม่ใช่ว่าเครียดๆ อยู่แล้วไปอ่านแนววิทยาศาสต์ ฆาตกรรม อันนี้จะยิ่งพาเครียดนะเจ้าคะ ก็อย่าลืมลองหาหนังสือดีๆ มาอ่านดูเป็น How to เล็กๆ จากซอกแซกเองจ้า..........@(5สิงหาคม 2551)  

 

    ใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ ชาติ กอบจิตติ งานนี้พลาดไม่ได้นะคะ เพราะพี่ชาติเค้าใจดี เปิดอบรมนักเขียนเรื่องการเขียนเรื่องสั้นและนวนิยาย อบรมแบบถึงอกถึงใจเต็มอิ่มถึง 10 วัน ประมาณว่าทั้ง  เรียน-กิน-นอน กันที่บ้านพี่ชาติเลยนะคะนั่น (เค้าว่างั้นนะ) เปิดอบรมวันที่ 9-18 ตุลาคม 2551 แถมฟรีอีกต่างหาก แต่ว่า.....ของดีย่อมมีข้อแม้ค่ะ พี่ชาติแกรับสมัครเพียง 8 คนเท่านั้น โดยการส่งข้อเขียนที่คิดว่าดีที่สุด 1 เรื่อง (ตัวพิมพ์ไม่ต่ำกว่า 2 หน้า A4 หรือ 6หน้า ลายมือเขียน ) เป็นข้อเขียนอิสระค่ะ นอกจากนี้ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติดังนี้ค่ะ 1. มีความมุ่งมั่นอยากเป็นนักเขียน 2. อายุไม่เกิน 28 ปี 3.เป็นผู้มีมิตรสัมพันธ์ดีกับเพื่อน 4. ทำอาหารหรือล้างจานได้ 5. ไม่จำกัดการนับถือศาสนา

ผู้ใดสนใจรีบส่งข้อเขียนของท่านไปยัง
ตู้ป.ณ. ๒๐
ปทจ. ปากช่อง
นครราชสีมา ๓๐๑๓๐
หมดเขตรับข้อเขียนภายในวันที่  ๓๐ กันยายน นี้นะคะ
 
....เอ่อ...ว่าแต่ซอกแซกสงสัยอยู่นิดนึงน่ะค่ะพี่ชาติขา ไอ้คุณสมบัติข้อ 4 เนี่ย มันจำเป็นต่อการเป็นนักเขียนไหมคะเนี่ย ทำอย่างนี้ซอกแซกจะเข้าร่วมอบรมด้วยได้ยังไงล่ะคะ  ไม่เอา~ ไม่ยอม~...........@(4สิงหาคม 2551)

 

วันนี้ "อมรินทร์บุ๊คแฟร์"เดินทางมาถึงวันสุดท้ายแล้วค่ะ ซอกแซกแวะไปเพราะหวังว่าจะได้หนังสือดีราคาถูกในวันที่เขาจะปิดบู๊ธนี่แหละ แล้วก็ได้มาหนึ่งเล่มจริง ๆ นะ เป็นหนังสือหนาร่วม 640 หน้า ชื่อว่า The Historian  อลิซาเบท คอสโตวาเป็นผู้เขียน ธารพายุ เป็นผู้แปล อริยา ไพฑูรย์ เป็นบ.ก. ที่รับประกันได้ถึงความสามารถในการคัดสรรหนังสือมาแปลให้กับสำนักพิมพ์แพรวเยาวชน จนเป็นสำนักพิมพ์ในเครืออมรินทร์ที่จำหลักปักฐานอย่างมั่นคง

แวะไปตรวจดูหนังสือ "รอยวสันต์" รางวัลพระราชทานชมนาด ที่ฝ่ายการตลาดใช้เส้นไปฝากขายในงานกับเขาด้วยหนึ่งปก ปรากฎว่าเสียบสันอยู่ในหมวดวรรณกรรมไทยแทบหาไม่เจอค่ะ แต่พอถามถึงยอดขายตอนใกล้ปิดงานจะรอมร่อแล้ว ปรากฏพนักงานอมรินทร์เช็คว่าขายได้เกินครึ่งของยอดที่นำไปฝากให้เขาช่วยขาย 50 เล่ม เลยค่อยเบาใจที่จะไปรายงานให้เจ้านายฟัง ทั้ง ๆ ที่หนังสือเสียบสันจมอยู่มหาสมุทรแห่งวรรณกรรม แสดงว่าที่ผ่านมาฝ่ายประชาสัมพันธ์หนังสือรางวัลของบริษัทฯ ทำงานได้ผล มีคนมาถามหา จึงมีคนขายค้นหามาขายให้แก่ผู้อ่าน ตามต้องการ
 
ซอกแซกเองวันนี้อ่านสกู๊ปข่าวเรื่องสายส่งหนังสือ จากหน้าบันเทิง-วรรณกรรม หนังสือพิมพ์ "มติชน" รายวันฉบับประจำวันเสาร์  เห็นคุณทิชากรแห่งค่ายเคล็ดไทยให้สัมภาษณ์ว่า ถ้าหนังสือเล่มใดไปวางร้านหนังสือสักหนึ่งสัปดาห์แล้วขายไม่ได้ ก็ถุกจัดส่งคืนกลับมาแล้ว ซึ่งสอดคล้องกับการให้สัมภาษณ์ของพี่เขต เส็งพานิชในสกู๊ปเดียวกัน เพียงแต่พี่เขตบอกว่า ถ้าหนังสือขายไม่ได้ร้านจะวางเพียงสองอาทิตย์หรือเดือนเดียวก็เก็บลงจากชั้นแล้ว ซึ่งระยะเวลา Shelf Life ของหนังสือแต่ละเล่มที่เขตให้สัมภาษณ์ยาวกว่าที่คุณทิชากรว่า แต่ความหมายก็ไม่ได้แตกต่างกันสักเท่าใดนัก ฉะนั้นซอกแซกว่า คนที่คิดจะเข้ามาสู่วงการหนังสือเล่มนี้ จะต้องวางแผนการตลาด การวางขาย และการประชาสัมพันธ์อย่างดีเอามาก ๆ  มิฉะนั้นถ้าหนังสือไม่มีการถามถึงจากผู้อ่าน โอกาสม้วนเสื่อ กระเป๋าแฟบก็เป็นไปได้มาก จริงไหมคะ ซอกแซกวิเคราะห์สถานการณ์ของอุตสาหกรรมหนังสือเล่มดูแล้ว ฟังดูแล้ววังเวงหดหู่ใจ จึงอยากเตือนเพื่อนสำนักพิมพ์ให้มาก ว่าจงทำการบ้านให้จงหนัก ก่อนที่จะลงทุนจัดพิมพ์หนังสือแต่ละเรื่องนำเสนอออกมานะคะ.......สวัสดีและสวีดัดวันอาทิตย์สุดสัปดาห์ค่ะ.........@ ( 3 สิงหาคม 2551)
 
 
 
ซอกแซกเจ้าเก่ามาแล้วจ้า.... วันนี้เว็บไซต์ของเราก็มีคอลัมน์ร้อนๆ มาเสิร์ฟท่านผู้อ่านทุกท่านอีกเช่นเคย กับคอลัมน์คุยนอกรอบ ที่ต้องบอกว่านิ่งสนิทไปเสียนาน แต่ต่อไปนี้ไม่ต้องห่วงแล้วนะคะ เพราะเราจะพยายามเฟ้นหานักเขียนดีๆ แล้วบุกไปถึงที่เพื่อสัมภาษณ์ให้ถึงใจ จะไม่ให้แฟนคอลัมน์ต้องรอนานอีกแล้วล่ะจ้า คุณพิจิกา เจ้าของคอลัมน์เค้าสัญญามาว่างั้นนะจ๊ะ ซอกแซกไม่เกี่ยว อิอิ  สำหรับคุยนอกรอบคราวนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนไกล เป้นนักเขียนมือรางวัลของโครงการชมนาดบุ๊คไพรซ์นั่นเอง เห็นทั้งหนังสือพิมพ์ทั้งวิทยุแย่งกันสัมภาษณ์อยู่เราเลยไม่อยากไปกวน แต่พอเห็นพี่ตุ๊กพอมีเวลาว่าง เราเลยบุกกันไปถึงบ้านเลยทีเดียว พี่ตุ๊กของเราจะให้สัมภาษณ์เรื่องใดบ้างก็ติดตามอ่านกันได้ที่คอลัมน์เลยนะคะ และถ้าหากใครอยากให้เว็บไซต์ประพันธ์สาส์นไปบุกสัมภาษณ์นักเขียนคนไหน ก็ลองส่งความคิดเห็นมาได้ในเว็บบอร์ดเลยนะจ๊ะ เจ้าของคอลัมน์เขายินดีพิจารณา.......วันนี้ซอกแซกต้องไปแล้วนะ....จุ๊บ จุ๊บ....@(2สิงหาคม2551)

 

สวัสดีต้นเดือน หลายคนคงยังยิ้มร่าเพราะว่าเงินเพิ่งออก แล้วซอกแซกก็มีข่าวดีมาให้ยิ้มร่ากันอีกสำหรับนักเขียนรุ่นใหม่ไฟแรง เพราะสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์นของเราเปิดรับต้นฉบับเพิ่มขึ้นอีกหลากหลายแนวเชียวค่ะ ไม่ว่าจะเป็นแนวแฟนตาซี /ผจญภัย/สืบสวนสอบสวน/comedy/สร้างสรรค์สังคม ใครถนัดแนวไหนก็ลองส่งมาให้พิจารณากันได้เลยนะจ๊ะ

ส่วนรายละเอียดต่างๆ ในการส่งก็เข้าไปอ่านกันได้ที่เว็บบอร์ดเลยค่ะตามลิงค์นี้ http://www.praphansarn.com/new/forum/forum_posts.asp?TID=9714&PN=1&TPN=1 ซอกแซกหวังว่าจะได้เห็นผลงานดีๆ ของนักเขียนบ้านเราทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่มาวางกันให้ท่วมโต๊ะเลยนะเจ้าคะ และหวังว่านักเขียนหน้าใหม่ทั้งหลายที่เคยส่งไปหลายที่แล้วยังเงียบฉี่ คงไม่สิ้นหวังและหมดกำลังใจในการเขียนหนังสือไปซะก่อนนะ  พยายามอ่านให้เยอะๆ หาความรู้ให้มากๆ แล้วนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับงานเขียนของเรา แหม!พูดอย่างกับตัวเองเป็นนักเขียนชื่อดังเลยเนอะ ซอกแซกเนี่ย...ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ทุกคนแล้วอย่าลืมส่งกันเข้ามาเยอะๆ นะ.....@(1สิงหาคม2551) 
 
 
เริ่มกันไปแล้วนะคะเมื่อวานนี้กับงาน Amarin Book Fair ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 7 แล้ว โดยใช้ชื่องานว่า "Reading in the Park" อ่านหนังสือในสวน ซอกแซกเองก็ยังไม่ได้แอบไปสืบข่าวเลยว่าปีนี้มีอะไรดีๆ บ้าง รู้แต่คงจะมีหนังสือในเครืออมรินทร์มากมายมาให้เลือกสรรกันอย่างหนำใจ ส่วนที่ถูกใจสำหรับทุกงานก็คงจะเป็นส่วนลดนี่แหละค่ะ ใครบ้างล่ะจะไม่ชอบของถูก ยิ่งลด แลก แจก แถม มากๆ นี่ซอกแซกก็ชอบค่ะ เอาเป็นว่าถ้าใครสนใจก็รีบๆ หน่อยนะคะ เพราะงานจะจัดถึงวันอาทิตย์นี้เท่านั้น ซอกแซกเองก็คงชะแว๊บๆ ไปซักวัน เผื่อจะได้ข่าวสาร บรรยากาศดีมารายงานท่านผู้อ่านทุกท่านบ้างไงคะ..............@(31ก.ค.2551)
 
 
ซอกแซกมักได้ยินเสียงสะท้อนมาเสมอว่าวงการวรรณกรรมบ้านเรานี้นับวันยิ่งมีบางสิ่งที่ขาดหายไป นั่นคือ การวิจารณ์หนังสือ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญมากๆ ถึงมากที่สุดสำหรับงานเขียนชิ้นหนึ่ง เพราะผู้เขียนไม่มีทางรู้ได้เลยว่าผลงานที่ตนเขียนออกมานั้นดีเลวเพียงใดหากไม่มีผู้รู้มาให้การวิจารณ์อย่างจริงจัง เพราะจะมาวัดกันแค่ว่าเล่มไหนขายดี หรือขายไม่ดีมันก็คงไม่เพียงพอ นักเขียนหลายๆ คนอยากรู้แน่ๆ ว่างานของเขามีจุดอ่อนจุดแข็งตรงไหน เพื่อที่จะไปปรับปรุงแก้ไขในโอกาสหน้า 
      ถ้าย้อนถามกลับมาว่าแล้วนักวิจารณ์หายไปไหนกันหมด ก็คงต้องบอกว่าทุกวันนี้พื้นที่สำหรับนักวิจารณ์นั้นหายากเต็มทีแล้ว ทั้งหนังสือพิมพ์ นิตยสาร เว็บไซต์ มักเต็มไปด้วยพื้นที่แนะนำหนังสือเต็มไปหมด เปล่าประโยชน์ที่จะมานั่งวิจารณ์ นักวิจารณ์ก็เลยอัตรทานหายไป กลายเป็นนักเขียนกันไปก็มี และที่ผ่านมาก็อาจจะมีประเภทที่ว่านักวิจารณ์ใช้ถ้อยคำที่ออกจะขวานผ่าซากจนเกินไป ทำให้นักเขียนหลายท่านไม่เปิดใจยอมรับการวิจารณ์นั่นก็อีกสาเหตุ  ทำให้ทุกวันนี้หนังสือน้อยเล่มนักที่จะถูกหยิบยกขึ้นมาวิจารณ์  ...แต่มีน้อยก็ใช่ว่าจะไม่มีเลยนะคะ อย่างน้อยก็มีเว็บประพันธ์สาส์นของเรานี่แหละที่ยังคงมีบทวิจารณ์หนังสือให้อ่านกันบ้าง แหม!...กลัวจะซีเรียสไป เลยขอแอบพ่วงท้ายด้วยการโฆษณา อิอิ.........@(30ก.ค.2551)
 
 
อัพ..แอนด์.. ดาวน์~ อัพ.. แอน..ดาวน์....แฮ่ก...แฮ่ก...  อ๋อ! ไม่ต้องแปลกใจซอกแซกเจ้าเก่าเองค่ะ เพียงแต่ซอกแซกไปเจอกับคุณยุวดี ต้นสกุลรุ่งเรือง หรือคุณตุ๊ก เจ้าของรางวัลชมนาดของเรามาเมื่อวานนี้ พี่ตุ๊กเค้าเตือนว่าซอกแซกชักจะอ้วนเกินไปแล้ว เพราะมัวแต่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวันไม่ออกกำลังกายเสียบ้าง เห็นจะจริงดังว่าค่ะเพราะอาชีพอย่างเราๆ ไม่ได้ขยับแข้งขยับขากันเลย ว่าแล้วซอกแซกก็เลยตามไปดูบ้านพี่ตุ๊กเพื่อค้นหาเคล็ดลับความสวยเพรียวบาง แล้วก้ถึงบางอ๋อเพราะคุณพี่เล่นเอาเครื่องออกกำลังกายไว้ในห้องทำงาน นั่งเขียนหนังสือสักพักก็ลุกมาขยับแข้งขยับขา แถมยังมีสนามไดร์กอล์ฟย่อยๆ อยู่ในบ้านเสียอีก โอ้ว! เป็นนักเขียนเพื่อสุขภาพจริงๆ เลยนะคะเนี่ย
 
      พี่ตุ๊กเธอยังฝากเตือนเพื่อนๆ นักเขียนทุกท่านอย่างจริงจังและจริงใจด้วยนะคะว่า อยากให้นักเขียนคำนึงถึงสุขภาพของตัวเองกันบ้าง เพราะอาชีพนักเขียนวันๆ ก็ต้องนั่งซะส่วนใหญ่ บางทีก็ไม่ได้กระดิกกระเดี้ยวตัวไปไหนเลย มันจะเป็นการทำลายสุขภาพของตัวเอง ความจริงน่าจะมีการรณรงค์ให้นักเขียนพบปะสังสรรค์กันตามสถานที่ออกกำลังกายบ้างก็ท่าจะดีนะคะ ซอกแซกว่า..อิ..อิ...ว่าแล้วซอกแซกก็ขอตัวไปทำตามคำแนะนำของพี่ตุกต่อนะคะ ไม่อยากอืดไปมากกว่านี้.......อัพ..แอนด์...ดาวน์....@(29ก.ค.2551) 
 
 
อีกเวทีหนึ่งสำหรับคอเรื่องสั้นทั้งหลาย ให้มาประลองฝีมือกันแล้ว  ซึ่งงานนี้คุณยูจิโร อิวากิ นักแปลนักเขียนชาวญี่ปุ่น ร่วมกับสำนักพิมพ์สุขภาพใจ ตั้งรางวัลใหม่ชื่อรางวัลวรรณกรรมเรื่องสั้นอิวากิ  โดยมีเงื่อนไขคือ จะต้องเป็นเรื่องสั้นที่มีตัวละครเป็นญี่ปุ่นที่น่าสนใจเท่านั้น  ใครสนใจอยากลองเขียนแนวนี้ซอกแซกก็ว่าไม่เลวนะคะถือเป็นการฝึกปรือฝีมือ ส่วนระยะเวลาในการส่งประกวดจะเริ่มตั้งแต่ 11 สิงหาคม 2551 ถึง 31 สิงหาคม 2551 เท่านั้นนะคะ เพราะว่าคุณอิวากิคนนี้เขาจะมาเมืองไทยในช่วงนั้นและจะมารับเอาเรื่องสั้นไปตรวจ คงต้องรีบปั่นกันหน่อยนะเจ้าคะ  เสร็จแล้วก็ร่อนผลงานไปได้เลยที่ MR. IWAKI YUJIRO โรงแรมกรุงเกษมศรีกรุง 1860 ถนนกรุงเกษม  เขตป้อมปราบฯ กทม. 10100 เพราะนี่เป็นโรงแรมที่คุณอิวากิจะมาพักทุกครั้งที่มาเมืองไทยค่ะ แหม!...ถือว่ามาถ้าดวลฝีมือคนไทยกันถึงที่เลยนะคะคุณอิวากิ เอ๊า!....นักเขียนไทยจะช้าอยู่ใยโชว์ฝีมือกันหน่อยสิเจ้าคะ..........@(28ก.ค.2551)
 
 

วันนี้เป็นวันฌาปนกิจศพพี่ สุรชัย สุขจิตร (เดือนแรม ประกายเรือง) ณ วัดไสเสียด อ.ทับปุด จ.พังงา ซึ่งเป็นบ้านวัดใกล้บ้านเกิดของพี่เขานั่นเองค่ะ

           เจ้านายซอกแซกฟังข่าวเรื่องนี้แล้วสะเทือนใจนะคะ เพราะว่าหนังสือรวมบทกวีเล่มแรก “เรือน้อยรอยทราย”ที่ได้รับรางวัลดีเด่นจากคณะกรรมพัฒนาหนังสือแห่งชาติ ปี2536 นั้น จัดพิมพ์ครั้งแรกและเป็นงานรวมบทกวีเป็นเล่มครั้งแรกของพี่เขา โดยสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์นนี่เอง และก่อนหน้าที่เขาจะมาส่งต้นฉบับให้ทางสำนักพิมพ์เรา เขาเพิ่งประสบอุบัติเหตุจนเดินไม่สะดวกคล่องแคล่วเหมือนคนทั่วไป ณ ช่วงเวลาหนึ่ง แต่สิ่งที่เจ้านายซอกแซกกังขาว่าเสียชีวิตด้วยโรคตับแข็งเพราะดื่มสุรามากเกินตามข่าวที่ได้ยินมานั้น เจ้านายเปรยว่าไม่น่าจะใช่ เพราะต่อให้ดื่มหนักอย่างไร  อายุเพียง 45 ปีเท่านี้ น่าจะยังพอรักษาเยียวยากันได้ ถ้าการสาธารณสุขบ้านเราไม่เลวร้ายจนเกินไปนะคะ เจ้านายว่าน่าจะเป็นอย่างที่พี่พินิจแห่งค่าย “คม ชัด ลึก” ว่า เป็นมะเร็งที่ตับมากกว่า การเขียนข่าวโดยทั่วไปน่าจะคลาดเคลื่อนค่ะ

            อ่านเกี่ยวกับรางวัลจุดประกาย ‘ 51 อะวอร์ด  โดยสโลแกนว่า “สู่สังคมที่ดีงามและสันติ” ฟังดูก็เข้าทีนะคะ แต่ซอกแซกว่า การปรับขนาดของหนังสือพิมพ์”กรุงเทพธุรกิจ”ใหม่ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลเรื่องต้นทุนกระดาษหรือเกิดไอเดียบรรเจิดจากนักออกแบบสิ่งพิมพ์ของค่ายก็แล้วแต่ แต่ทำให้เซคชั่น “จุดประกายวรรณกรรม” ขนาดแทบลอยด์มาตรฐาน ขาดลักษณะเด่นประจำตัวไปอย่างน่าใจหายค่ะ น้าตุ๋ย บ.ก.สุดเลิฟของซอกแซกเห็นด้วยกับซอกแซกไหมคะ และซอกแซกพนันเอาหัววางบนเขียงเลยว่าไอเดียเปลี่ยนรูปเล่มนี้มาจากฝ่ายบริหาร ไม่ใช่มาจากคนทำงานเช่นพี่ตุ๋ยดอกค่ะ ไหน ๆ ผู้บริหารอนุมัติเงินรางวัลประมาณครึ่งล้านทั้งโครงการประกวดแล้ว ก็ไม่น่าจะประหยัดค่ากระดาษและลักษณะมาตรฐานของหนังสีอพิมพ์เลยค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลักษณะมาตรฐานแทบลอยด์ของ “จุดประกายวรรณกรรม” สุดแสนรักกลางใจซอกแซก ฮือ ฮือ...........@ ( 27 กรกฎาคม 2551)

 

 
                                 Soksak@praphansarn.com

 
บริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด
674,676 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700 Tel. 0-2435-1671, 0-2435-5789, 0-2435-1672
Fax. 0-2434-6812, 0-2435-51671-2
E-mail : editor@praphansarn.com, sale@praphansarn.com, webmaster@praphansarn.com Web Site : www.praphansarn.com
Warning: The Images on this Site are protected by digital watermark technology.
Copyright © 2000 Praphansarn Ltd. All rights reserved.
Reproduction in whole or in part in any form or medium without express written permission of Praphansarn Ltd. is prohibited.