Google play App Store

อีแร้ง

งานเขียนเป็นความรัก เป็นอุดมคติส่วนตัวของผม

24 กรกฎาคม 2555

อีแร้ง

ถ้า"สำนวนเพียวนม" เป็นนิยามสไตล์งานเขียนของรงค์ วงษ์สวรรค์ แล้ว เจ้าของนิยาม"เซ็กซ์หรรษา" จะเป็นของใครอื่นไปไม่ได้นอกจาก อีแร้ง อีแร้งเป็นนามปากกาของยิ่งศักดิ์ โควสุรัตน์ เขาเกิดที่ จ.อุบลราชธานี เรียนชั้นมัธยมที่ ร.ร.อัสสัมชัญ ศรีราชา ชลบุรี และ จบปริญาตรีรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

อีแร้งเคยทำงานเป็นสจ๊วร์ดที่การบินไทยนับสิบปี ที่นี่เองเป็นแหล่งกำเนิดงานเขียนที่สร้างชื่อและฮือฮาที่สุดของเขาชุด บินแหลก อีแร้งเขียนหนังสือแนวอื่นในนามปากกาอื่นอีกมากมาย ทั้งวิจารณ์หนัง เพลง และศิลปะ เขาสนใจเขียนหนังสือและทำหนังสือมาตั้งแต่เด็ก จวบจนกระทั่งปัจจุบันนับได้ว่าทำงานเขียนมา 40 ปี มีผลงานเขียนรวมเล่มประมาณ 50 เล่ม

งานเขียนของอีแร้งส่วนใหญ่เป็นเรื่อง"อย่างว่า" ของเพื่อนๆ ที่นำมาเขียนอย่างหวือหวา ซาบซ่าสนุกสนาน เข้าข่ายตลกปนทะลึ่ง ขณะนี้อีแร้งอายุ 55 ปี มีปัญหาเรื่องสุขภาพ(ความดันโลหิตสูง) แต่ยังทำงานเขียนทุกวันอย่างสมศักดิ์ศรีนักเขียนอาชีพ!

ตอนนี้อีแร้งมีผลงานอะไรบ้าง
เขียนประจำที่นิตยสาร ดิฉัน กับ ฟอร์เมน ซึ่งเปลี่ยนหัวนิตยสารใหม่แล้วเป็น Lite และผมมีนิยายเล่มล่าสุดชื่อ "คือรัก" กำลังวางแผง

ที่มาของนามปากกาเป็นอย่างไร
ช่วงที่เขียนบินแหลก เป็นเรื่องชีวิตของแอร์ฯกับสจ๊วด คิดชื่อนกเป็นนามปากกา ก็เอาอันนี้แหละ อีแร้ง นกที่สวยที่สุด ช่วงนั้นผมมี 10 นามปากกา ตอนหลังเหลือนามปากกาเดียว แม้แต่ตำราทองของงานบริการเขาก็ขอให้ใช้ชื่อนี้ ยกเว้นเขียนเรื่องหนังใช้นามปากกาน้ำผึ้ง

รังพิมพ์อีแร้งมีที่มาอย่างไร
หลังจากไม่ได้พิมพ์งานกับอมรินทร์แล้วผมหอบงานไปที่มติชน แต่ที่นี่คิวเขายาวพิมพ์ของผมได้ปีละเล่ม ผมเป็นนักเขียนอาชีพ มีรายได้จากการเขียนหนังสืออย่างเดียว ถ้าอย่างนี้ผมอดตาย ผมบ่นเรื่องนี้ให้เพื่อนฟัง คนเดียวที่ยื่นมือมาช่วยเหลือยามผมลำบากคือเวียง-วชิระ บัวสนธ์ ก็ตกลงจะช่วยโดยเป็นผู้ออกเงินค่าพิมพ์ให้ แต่ใช้ชื่อสำนักพิมพ์ของผมเอง เฉลี่ยพิมพ์ปีละ 4 เล่ม พิมพ์มา 13 เล่มแล้ว

รังพิมพ์อีแร้งรับพิมพ์งานของคนอื่นด้วยไหม
ถ้าผมรวยผมจะพิมพ์งานอื่นด้วย แต่พิมพ์เฉพาะเรื่องตลกกับเรื่องทะลึ่ง น่าจะขายดี ไม่ต้องเป็นคนมีชื่อเสียงมาเขียน เอางานคุณภาพ เรื่องตลกอ่านแล้วคนหัวเราะ เรื่องอีโรติกอ่านแล้วเกิดอารมณ์ปึ๋งปั๋ง เอามาได้เลย

อีแร้งเขียนเรื่องแนวอื่นบ้างไหม
เขียนลงในนิตยสาร LIPS เป็นเรื่องสั้นปรัชญาเชิงธรรม เขียน 2 ปีแล้วเอามารวมเล่มคือ ชื่อของน้ำตา พิมพ์ 2 พันเล่ม ขายไปได้พันเล่ม ประกาศไว้ตรงนี้ว่าปีหน้าจะส่งชิงรางวัลซีไรท์ เพื่อหวังผลด้านโฆษณา ไม่หวังซีไรท์ แค่หวังติด 1 ใน 10 เพื่อให้หนังสือได้ขายบ้าง ทุกวันนี้ผมค่อนข้างอึดอัดใจ เพราะหนังสือผมถูกซุกอยู่หลังร้าน แฟนหนังสือของผมยังตามหาไม่เจอเลย แล้วใครจะอ่าน ผมต้องขอร้องทุกร้านที่รู้จักกันว่าให้ช่วยเอามาวางหน้าร้านหน่อยได้ไหม สัก 7 วัน ผมพนันได้เลยว่าหนังสือผมถ้าวางหน้าร้านแล้วจะขายได้ ผมเชื่อว่าผมเป็นนักเขียนคนเดียวในประเทศไทยที่ทำตัวเหมือนขอทาน ขายตัวขายศักดิ์ศรี ไปขอร้องผู้จัดการร้านให้วางหนังสือผมหน่อยได้ไหม ผมจะอดตายแล้ว ต้องเสียตังค์ค่าวางเท่าไหร่ผมเอาเงินส่วนตัวผมออกให้ก็ได้ ถ้าคุณเปิดร้านหนังสือต้องเจอผมแน่

มองวงการหนังสือบ้านเราตอนนี้เป็นยังไง
ทุกวันนี้มีแต่ดาราและคนดังมาเขียนหนังสือ ซึ่งมันก็เรื่องของเขา ที่น่าขำก็คือมากกว่าครึ่งไม่ได้เขียนเอง จ้างคนมาสัมภาษณ์ถอดเทปแล้วก็เรียบเรียง แต่ไปให้ข่าวว่าเขียนเอง ผมไม่สนใจหรอกเรื่องคนดังหรือดาราเขียนหนังสือ แต่ผมสนใจพวกโกสท์ไรเตอร์ที่รับจ้างเขียนซึ่งบางคนก็เป็นรุ่นน้อง อยากบอกพวกเขาว่าได้ทำผิดอย่างมหันต์คือ หนึ่งคุณเป็นนักเขียนที่แท้จริงคุณต้องมีศักดิ์ศรี เขียนเรื่องตัวเองออกมา นี่คือฝีมือคุณ สองคุณทำให้คนดังพวกนี้ผยองผองขนในทางที่ผิด เข้าข่ายหลอกลวงประชาชน ไม่มีความละอายเลย ถ้าคุณจะเขียนหนังสือ เชิญได้ผมยินดีต้อนรับ ไม่ได้คิดผูกขาดในการเขียนหนังสือ ยิ่งเขียนเยอะยิ่งดี ยิ่งหลากหลายสาขาอาชีพมาเขียนหนังสือยิ่งดี เหมือนอุดม แต้พาณิชเขียนหนังสือได้ และเขียนดี ผมอ่านผมก็ชอบ แต่เขาจะไม่เป็นนักเขียนหรอกทำอย่างอื่นรวยกว่า มีแต่คนโง่อย่างผมเท่านั้นนี่คิดมาเป็นนักเขียนอาชีพ ผมเขียนหนังสือมา 40 ปีแล้วเขียนทุกวัน อย่างนี้แล้วผมยังรู้สึกว่าเขียนหนังสือเป็นเรื่องยาก แล้วพวกนั้นเป็นใครมาจากไหนถึงเนรมิตรหนังสือได้ทีละเล่ม ใช้เงินทั้งนั้น ผมนิยมเบิร์ด ธงชัย แมคอินไตยที่เขาไม่เขียนหนังสือ ถ้าเขียนจริงต้องขายได้เป็นล้านเล่ม เขามีศักยภาพที่จะเขียนได้ แต่เขาเป็นนักร้องอาชีพ ไม่ได้เห่อตามกระแส ไม่ได้เขียนหนังสือโง่ๆเพื่อแสดงว่าตนเองมีสติปัญญา เพราะเขามีสติปัญญาอยู่แล้ว

ยังศรัทราในการเป็นนักเขียนไหม
ผมไม่มีสิทธิ์โวยวายที่เลือกมาเป็นนักเขียนอาชีพ เพราะผมเลือกเอง แต่ผมจะสอนรุ่นน้องทุกคนว่า อย่าทำอย่างผม ให้ใช้การเขียนหนังสือเป็นงานอดิเรก เป็นอาชีพรอง มีเงินเดือนหรืออะไรอย่างอื่นเป็นหลักไว้ เพื่อที่เดือนไหนที่เขียนไม่ได้จะได้ไม่อดตาย เมื่อแก่แล้วงานเขียนขายไม่ได้จะได้ไม่ช้ำใจตาย งานเขียนเป็นความรัก เป็นอุดมคติส่วนตัวของผม ตอนเช้าถ้าสมองเคลียร์ ผมจะเขียนเรื่องให้ดีที่สุด คนอ่านจะนั่งอยู่หน้าผม ผมจะเอาหัวใจของผมมอบให้คนอ่าน เป็นความสุขของผม ขายได้หรือไม่เป็นอีกเรื่อง ทุกวันนี้ผมยังภูมิใจที่มีแฟนหนังสือเยอะแยะ เมื่อผมลำบากยังตามมาช่วย

มีจุดพลิกผันอย่างไรให้เลือกมาเขียนหนังสือ
ตั้งแต่เด็กแล้วผมชอบอ่านหนังสือ เขียนหนังสือ ดิ้นรนทำหนังสือตั้งแต่อยู่โรงเรียน ใฝ่ฝันตั้งแต่เด็กว่าจะเป็นนักเขียน แล้วก็ได้เป็นจริงๆ เมื่อเป็นสจ๊วร์ดอยู่การบินไทยมีโอกาสที่จะก้าวหน้าในหน้าที่การงานก็ไม่เอา ลาออกมาเขียนหนังสือ ทิ้งงานอื่นที่จะได้เงินมากกว่าหมดเลย แค่การสอนงานบริการผมก็มีรายได้มากว่าการเขียนหนังสือแล้ว

แล้วยังสอนหนังสืออยู่ไหม
ไม่ได้สอน สอนไม่ไหวแล้วเพราะสุขภาพไม่ดี มีปัญญาเป็นครั้งเป็นคราว ล่าสุดได้รับเกียรติจากกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทยให้ไปสอนงานบริการให้กับนายอำเภอทั่วประเทศ มีความสุขมาก เพราะนายอำเภอรุ่นน้องผมทั้งนั้นเลย ผมจบรัฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ รุ่มผมเป็นผู้ว่าแล้ว และแกรมมีก็เชิญผมไปแนะแนวเกี่ยวกับการใช้ภาษาในการเขียนเพลง ผมก็แฮปปี้ เขาให้เกียรติผม

อีแร้งเขียนเพลงด้วยหรือ
ผมทำเพลงมานานแล้ว ผมสนิทกับดนู ฮันตระกูล สมัยก่อนทำเพลงเรื่องเด็กในฝัน ตระเวนเล่นทั่วประเทศไทย ผมชอบเพลงตั้งแต่เด็ก ผมเป็นศิลปินตั้งแต่ชาติที่แล้วมั้ง เกิดมาชอบทั้งดูหนัง ฟังเพลง แต่ผมเลือกการเขียน แล้วผมก็ไม่ค่อยอยากยุ่งกับอย่างอื่น ผมวิจารณ์เพลงก่อนวิจารณ์หนังนะ แต่คนไม่ค่อยรู้ เพราะผมดังเรื่องวิจารณ์หนัง

เห็นนักเขียนหลายคนหันเขียนบท อีแร้งไม่สนใจบ้างหรือ
ไม่สนใจ ทั้งๆที่เพื่อนผมเป็นผู้กำกับทั้งนั้น ทั้งบัณฑิต ฤทธิกลหรืออังเคิล หน้าที่ของผมในการสร้างสรรค์เรื่องจะจบเมื่อผมเขียนเรื่องจบ ถ้าผมมาเขียนบทเรื่องของตัวเองเท่ากับย่ำอยู่กับที่ เสียเวลาเปล่า เป็นเรื่องของคนทำหนังที่ต้องไปหาคนมาเขียนบทเอง เรื่องของผมง่ายมากที่จะทำบทหนัง เพราะผมมีความรู้เรื่องหนังมาก มีฉากแต่ละฉากชัดเจน เอาคนเขียนบทมานั่งคุยกับผมสิ เขียนได้เดือนเดียวจบเลย ผมเคยแปลหนังสือฝรั่งเรื่องดังๆเล่มหนึ่ง แปลเสร็จผมรู้สึกผิด เพราะผมคิดว่าเขียนเองได้ทำไมต้องไปแปลของเขา

มีแผนการเขียนหนังสือยังไง
ผมเป็นนักเขียนอาชีพ ก่อนจบงานเขียนชุดไหนผมจะวางแผนไว้แล้ว อย่างในดิฉันผมเขียนเรื่องวันที่สองของความรัก ผมจะต่อด้วยตำราทองของงานบริการเล่ม 3 พวกนักธุรกิจชอบกันมาก เขาเอาหนังสือเล่มนี้ไปสอนทั่วประเทศ ผมยินดียกให้เป็นวิทยาทาน ตอนไปสอนนายอำเภอเขาจะขอซื้อไม่มีให้เพราะหมดแล้ว ส่วนบินแหลก 12 เล่มปีหน้าคงกลับมาพิมพ์มาใหม่อีกครั้ง

กิจวัตรการเขียนหนังสือของอีแร้งเป็นยังไง
ผมตื่นสาย กินข้าวเที่ยงเสร็จ เริ่มเขียนบ่ายโมง ใช้ปากกาเขียนบนกระดาษปรู๊ฟ ชั่วโมงหนึ่งได้ 1 หน้า พักแล้วก็มาเขียนต่อ วันหนึ่งเขียน 3-4 ชั่วโมง ได้ 2 หน้า ถ้าเรื่องหนึ่ง 10 หน้าก็ใช้เวลา 5 วัน

เขียนหนังสือทุกวันรู้สึกตันไหมครับ
ไม่เคยรู้สึกตัน ขนาดผมอยู่โรงพยาบาลผมยังเขียนได้ เรื่องหมอกับนางพยาบาลไง ถ้าคุณสนิทกับผมคุณเสร็จผมแน่ ต้องมีอะไรบางอย่างในตัวคุณน่าสนใจให้เอามาเขียน ผมเป็นนายของภาษานะ อะไรก็เขียนได้ เขียนให้คนตลกหรือร้องไห้ได้ ตอนนี้ผมหวั่นไหวเป็นร้อยครั้งพันครั้ง ว่าเรื่องของเราขายไม่ออก คนไม่อ่าน ต้องเลิกเขียนแล้วละมั้ง ถ้าเขียนห่วยก็ยอมรับว่าห่วย ถ้าไม่มีคนอ่านแล้วผมก็เลิกเขียน เรื่องอะไรจะไปบังคับคนอ่าน แต่นี่นิตยสารดิฉันกับฟอร์เมนก็บอกว่าแฟนหนังสือติด ยังมีคนเขียนจดหมายมาหา มาให้กำลังใจ เอาของมาให้ เราก็ชื่นใจ

สุขภาพเป็นอย่างไรบ้างครับ
ตอนนี้ผมอายุ 55 คิดว่าอายุ 60 ปีก็ตายแล้ว เหลือเวลาอีก 5 ปี ผมสุขภาพไม่ดีเป็นความดันสูง แต่ก็ใฝ่ฝันว่าสุขภาพของผมจะฟื้น แล้วผมจะไปปลูกต้นไม้ที่สวนของเพื่อนแถวมวกเหล็ก-ปากช่อง ..

 

Share: | View : 326