เพลงบรรเลง | เพลงมีเสียงร้อง
สัมมนาวิชาการเรื่อง “สื่อการเรียนรู้แรกของชีวิต ชี้ทิศทางการเรียนรู้อนาคต”

สัมมนาวิชาการเรื่อง สื่อการเรียนรู้แรกของชีวิต 

ชี้ทิศทางการเรียนรู้อนาคต

  (กิจกรรมบูรณาการระดับปฐมวัย  และ 

ชุดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ)

วันที่ 10 กรกฎาคม 2548       ห้อง Meeting  Room  1 

ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์งานเทศกาลหนังสือเด็กและเยาวชนครั้งที่3

พิธีกร :      

 

พิธีกร :    กราบเรียนท่านประธาน คณะครูอาจารย์ และท่านผู้มีเกียรติทุกท่านที่กรุณาสละเวลามาร่วมงานสัมมนาวิชาการเรื่อง สื่อการเรียนรู้แรกของชีวิต ชี้ทิศทางการเรียนรู้อนาคตซึ่งการสัมมนาในวันนี้จะแบ่งเป็นสองช่วง  ช่วงแรกเป็นช่วงของกิจกรรมบูรณาการระดับปฐมวัย และช่วงที่สองเป็นชุดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษระดับช่วงชั้น 1 – 2  Best  friends   สำหรับกิจกรรมบูรณาการปฐมวัย  ทางสำนักพิมพ์ได้จัดบอร์ดนิทรรศการไว้ให้ท่านอาจารย์และผู้เข้าร่วมสัมมนาได้ชมผลงานและร่วมแสดงความคิดเห็น บอร์ดนิทรรศการจะอยู่ทางด้านหลังห้องสัมมนานะคะ ในช่วงนี้จะขอเรียนเชิญ    ตัวแทนบริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น  ขึ้นกล่าวรายงานค่ะ

ตัวแทนสำนักพิมพ์  : กราบเรียนท่านประธาน ท่านผู้บริหารสถานศึกษา คณะครูอาจารย์ และท่านผู้มีเกียรติทุกท่านนะคะ  ด้วยสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น ซึ่งเป็นสำนักพิมพ์เอกชนได้จดทะเบียนเป็นผู้ผลิตสื่อการเรียนรู้ ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์นตระหนักถึงความสำคัญของการผลิตสื่อการเรียนรู้คุณภาพ โดยเฉพาะสื่อการเรียนรู้เล่มแรกของชีวิต ถ้าผู้เรียนมีความสนุก ประทับใจ และมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้  ย่อมส่งผลให้ผู้เรียนรักการเรียนรู้ต่อไปในอนาคต ดังนั้นสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์นจึงได้จัดสัมมนาในครั้งนี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้

1. นำเสนอสื่อการเรียนรู้เล่มแรกของชีวิต  นั่นก็คือ  สื่อการเรียนรู้ระดับประถมวัย  และสื่อการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ

2.เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปแบบสื่อการเรียนรู้เรื่องแรกของชีวิตที่ควรจะเป็น

3. เพื่อวิจัยความต้องการของผู้ใช้สื่อการเรียนรู้ และนำผลของการวิจัยนั้นมาพัฒนาเพื่อให้ผู้ใช้สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง  และสามารถพัฒนาการเรียนการสอนระดับประถมวัยให้ตรงตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตร

         ในวันนี้มีผู้เข้าร่วมสัมมนาจากสถานศึกษารวม 67  สถาบัน  โดยมาจากสถานศึกษาของรัฐและของเอกชน  สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์นรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ผู้บริหารสถานศึกษา  คณะครู  อาจารย์  และท่านผู้มีเกียรติ  ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทางด้านการศึกษาได้สละเวลาให้เกียรติมาร่วมงาน  เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น  ข้อเสนอแนะของท่านในวันนี้  จะมีผลต่อการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ต่อไปในอนาคต ในนามตัวแทนของสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น ขอขอบคณทุกท่านมา ณ โอกาสนี้ ในลำดับต่อไปขอเรียนเชิญท่านประธาน ท่านรัฐพล มีธนาถาวร ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร ขึ้นกล่าวเปิดงานค่ะ

ประธาน : ท่านผู้บริหารโรงเรียน  เพื่อนครูทุกท่าน  ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพ  คณาจารย์  วันนี้ก็ถือว่าเป็นวันสำคัญวันหนึ่งที่เราจะมาสัมมนาร่วมกันเกี่ยวกับการเรียนรู้แรกของชีวิต  ชี้ทิศทางการเรียนรู้อนาคต  ถือว่าภาคเอกชนได้  เข้ามามีส่วนร่วมในการเพิ่มพูนความรู้ ประสบการณ์ แล้วก็พัฒนาการเรียนการสอนให้พวกเราซึ่งมีหน้าที่ในการจะสร้างเด็ก  โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงแรกคือ  ช่วงประถมศึกษาปีที่  1 ถึงประถมศึกษาปีที่  3  ช่วงสองคือประถมศึกษาปีที่  4 ถึงประถมศึกษาปีที่  6  ซึ่งเป็นช่วงที่สำคัญที่สุด  เป็นช่วงที่เหมือนกับการสร้างบ้านหรือสร้างตึกใหญ่ๆ  เป็นขั้นวางพื้นฐานให้กับเด็กที่จะเรียนรู้เพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต  และเป็นผู้ใหญ่ที่ตามปรัชญาของการปฏิรูปการศึกษานั้นจะต้องเป็นผู้ใหญ่ที่ดี  ที่เก่ง  และอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข  ขณะเรียนก็จะต้องเป็นเด็กดี  เด็กเก่ง  เด็กที่เรียนอย่างมีความสุข  ฉะนั้นวันนี้ก็ขอให้ท่านทั้งหลายใช้เวลาที่มีค่าของท่าน ตักตวงความรู้จากวิทยากรที่จะมาให้ความรู้และประสบการณ์ต่างๆ ในการจัดสื่อการเรียนการสอนในวัยแรกๆ ของเด็ก ผมอยากเรียนให้ท่านทั้งหลายทราบไว้ว่า การที่เราจะสร้างเด็กให้เป็นเด็กดีตามความหมายของพจนานุกรมที่ถูกต้องแล้ว ก็ต้องมีศีลธรรมและจริยธรรมด้วย ถ้าท่านสามารถทำให้เด็กที่อยู่ในความดูแลของท่านเป็นเด็กดี  เด็กมีจริยธรรม  คุณธรรม โดยเริ่มต้นด้วยการไม่โกหก  ผมเชื่อว่าความดีนั้นจะต้องเป็นความดีที่คงทน  สำหรับความเก่งนั้นก็ขอให้เป็นความเก่งจริงๆ  เก่งโดยไม่โกง  ไม่ต้องโกงก็เก่งได้  และอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข  โดยยึดทฤษฎีพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นหลัก ก็จะทำให้สังคมได้อยู่อย่างสันติสุข จริยธรรม คุณธรรมควบคู่กันไป   อยากเห็นท่านทั้งหลายปูพื้นเด็กซึ่งเหมือนผ้าขาว  ทุกท่านเป็นครูบาอาจารย์  เป็นผู้บริหารสถานศึกษา  เปรียบคำพังเพยโบราณเขากล่าวไว้ว่า ครูนั้นคือพ่อพิมพ์และแม่พิมพ์ของชาติ ซึ่งคำคำนี้ผมคิดว่าเป็นคำที่อมตะและเห็นภาพพจน์ จิตวิญญาณของความเป็นครูนั้นจะต้องเป็นแม่พิมพ์ที่ดี  สมัยก่อนนี้คำว่า  ครูใหญ่”  ครูใหญ่จะเป็นทุกสิ่งทุกอย่างในโรงเรียน  ครูใหญ่จะทำให้พ่อแม่วางใจกับการส่งลูกมาอยู่ในความดูแลของครูใหญ่  เพราะครูใหญ่ใส่ใจทุกเรื่อง  รู้จักเด็กทุกคน รู้จักผู้ปกครองเด็กด้วย  ฉะนั้นในมิติใหม่ของการเปิดโลกการศึกษานั้น  ก็อย่าลืมมิติเก่าๆ จิตวิญญาณเก่าๆ  ที่ดี  เราคงไม่ปฏิเสธความรู้ใหม่  แต่ความรู้ใหม่นั้นไม่ควรที่จะทำลายสิ่งดีๆ  ซึ่งเป็นวัฒนธรรมหรือจิตวิญญาณที่เรามีอยู่ให้หายไป  มิฉะนั้นเราก็จะไม่ทันสมัย  ตื่นเช้าขึ้นมาทุกวันท่านอ่านข่าวหนังสือพิมพ์  ท่านดูโทรทัศน์ทุกช่องไม่เคยมีเรื่องที่ฟังดูแล้วสบายใจ  มีแต่เรื่องปัญหาทั้งนั้น  ท่านคงไม่อยากให้ประเทศชาติยุ่งเหยิงและคนยึดแต่วัตถุ  แข่งกันดี  แข่งกันเด่น  โดยไม่คำนึงถึงกระบวนการในการทำดีและทำเด่นว่ากระบวนการนั้นถูกต้องหรือไม่  ก็ขอฝากไว้  และขอขอบคุณสำนักพิมพ์ประพันธ์-สาส์นที่ได้เสียสละทั้งทุนทรัพย์ และความมุ่งมั่นที่จะเป็นสื่อกลางในการช่วยให้เราได้มีการสัมมนาเพื่อระดมความคิด เพื่อหาความรู้พัฒนาตนเองให้มีทัศนคติ  มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล  ไม่เกี่ยวกับการจัดหลักสูตรการเรียนขั้นแรกๆ  ของชีวิต  ซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่สำคัญที่สุด และมันจะเป็นพื้นฐานที่ต่อยอดให้เด็กเป็นผู้ใหญ่ที่เข้มแข็งได้เป็นอย่างดี จะต้องเป็นคนดี  ต้องไม่โกหก  คนเก่งต้องไม่โกงและอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข  โลกก็จะเกิดสันติสุขตามมา  บัดนี้  ได้เวลาอันสมควรแล้ว  ผมขอเปิดการสัมมนาในวันนี้  ณ  บัดนี้

พิธีกร :  กราบขอบพระคุณท่านผู้อำนวยการสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร  ในลำดับต่อไปจะเป็นการบรรยาย  ในหัวข้อ  สื่อการเรียนรู้แรกของชีวิต  ชี้ทิศทางการเรียนรู้อนาคต”  กิจกรรมบูรณาการระดับปฐมวัย  โดย ผศ.สุนีย์ เพียซ้าย หัวหน้าฝ่ายกิจกรรมนักเรียนอนุบาลและประถมศึกษาโรงเรียนสาธิตละอออุทิศ คณะคุรุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต  ขอเรียนเชิญค่ะ

ผศ.สุนีย์:สวัสดีท่านประธาน ท่านวิทยากร และพวกเราด้วยทุกท่านเลยนะคะจุดสำคัญของการเขียนหนังสือชุดนี้  การเตรียมความพร้อมเด็กนั้นทำยากมากๆ  ขอเล่าสักนิดนะคะ คือได้สอนหนังสือลูกของคุณนิดดา หงษ์วิวัฒน์ สำนำพิมพ์แสงแดด คุณนิดดาเป็นนักการศึกษาทางด้านอนุบาลโดยเฉพาะ เขาได้เห็นวิธีการเรียนการสอนเด็กของเราก็รู้สึกสนใจมาก จะขอให้เขียนหนังสือให้ แต่เราบอกว่าไม่มีเวลา ตอนหลังก็เขียนขึ้นมาโดยหาคนช่วย คือ อ.กมลา มุสิกุล คุณนิดดาบอกว่าในตลาดยังมีหนังสือที่ยังไม่ถูกต้องนัก  แล้วก็จะไม่ตรงจุดประสงค์  เพราะฉะนั้นก็เลยมาคิดว่าการทำหนังสือนั้นไม่ใช่ว่าผู้ที่เรียนมาทางประเมินผลแล้วสามารถที่จะทำออกมาได้ดีเลย  และเด็กจะนำไปใช้ได้ถูกต้องหรือเปล่า  จุดของสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์นที่เราเขียนให้นั้นก็จะเป็นจุดประสงค์ใหญ่ๆ ของเราที่ทำ คือในเรื่องของการที่จะทำยังไงให้เด็กเกิดความสนุก  เพราะเด็กในวัยนี้ปกติความสนใจเขาสั้น เราต้องคิดรูปแบบที่หลากหลายขึ้นมา  และในรูปแบบนั้นต้องเหมาะสมกับวัยด้วย  อันนี้เป็นสิ่งสำคัญมากในการคิดจุดประสงค์ที่เราจะต้องทำสำหรับเด็ก  เพราะว่าเด็กเล็กความสนใจเขาสั้น  เราจะหาวิธียังไงที่จะเข้ามานั่งทำตรงนี้ให้ได้  ซึ่งวัยนี้จะต้องไม่อยู่นิ่งอยู่แล้ว  เพราะฉะนั้นรูปแบบต้องหลากหลาย  รูปแบบต้องดูแล้วล่อใจเขา  แล้วก็สรุปคิดด้วย  อันนี้สำคัญมาก  ขณะนี้เราเห็นว่าเด็กไทยของเรามีปัญหาการฆ่าตัวตายมากมาย  อันนั้นเป็นจุดหนึ่ง เราเป็นครูอนุบาลบางทีเราก็มานั่งนึกว่าจะทำยังไงดีให้เด็กรู้จักที่จะคิด คิดเป็น เจอปัญหาแล้วสามารถที่จะแก้ปัญหานั้นได้  อันนี้สำคัญมากสำหรับครูอนุบาล  จะเป็นการวางรากฐานสำหรับให้เด็กต้องคิดเป็น  เพราะฉะนั้นเราจะแทรกยังไงเข้าไปให้เด็กเล็กคิดเป็นได้  ต้องมีขั้นตอน  กระบวนการของการคิดที่เป็นลำดับขั้นด้วย  ถ้าให้คิดยากเลยก็จะเบื่อไม่อยากทำ  จากการที่เคยอยู่กับเด็กจึงต้องใส่จิตวิทยาเข้าไปด้วยว่า    เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่า

เล่มแรก เป็นลักษณะของการเตรียมความพร้อมทางด้านนิ้วมือ  เช่น  จะหลอกล่อเด็กยังไง  อาจจะนำสติ๊กเกอร์เข้ามาช่วยแล้วก็เรียนรู้ทางด้านรูปทรงด้วย  อย่างเช่นตัวเต่าทองมีรูปทรงกลม  เราก็จะมีสติ๊กเกอร์ให้เด็กได้เห็นแล้วก็นำมาติด  ดังนั้นเด็กจะได้ใช้ตาดูและใช้นิ้วมือในการที่จะแกะสติ๊กเกอร์  แล้วนำมาติดให้ตรง   อันนี้เป็นส่วนที่จะช่วยเด็กพัฒนาทางด้านตา  มือ  ประสาทสัมผัสของเขา  เราก็จะมีตัวหนังสือประกอบด้วย  เคยมีอาจารย์ท่านหนึ่งวิจัยบอกว่าการให้เด็กอ่านหนังสือได้เร็วนั้น  สองขวบก็สามารถทำได้  แต่จะต้องมีขั้นตอนวิธีการ  อันนี้เป็นส่วนหนึ่งที่จะไปกระตุ้นให้เด็กได้เรียนรู้  พอเรียนรู้รูปทรงต่างๆ  แล้วก็ลากเส้นแล้วก็จะเรียนรู้พื้นฐานของการที่จะเรียนในระดับต่อไป ก็เกี่ยวกับเรื่องขนาดเล็ก  ใหญ่  สูง  ต่ำ  ยาว  สั้น  ภาพจะใหญ่ชัดเจน  จะเด่นออกมา  แล้วก็ทักษะในการฟังอันนี้สำคัญ  ถ้าเราไม่ฝึกเด็ก เด็กจะฟังไม่เป็น  ฟังอะไรไปเรื่อยเปื่อย  จับประเด็นไม่ได้  เพราะฉะนั้นทักษะในการฟังที่เราฝึกให้เด็กระดับอนุบาล1 (3 – 4 ขวบ) เราก็ต้องไล่ด้วย  ไม่ใช่ว่าพูดไปเรื่อยๆ  จุดมุ่งหมายในการที่จะให้เด็กสังเกตมันก็จะมีหลายรูปแบบ  อย่างที่บอกไปแล้วว่าสำหรับเด็กเล็กนั้นรูปแบบต้องหลากหลาย  จะเป็นการกระตุ้นให้เด็กอยากทำแล้วก็เป็นการส่งเสริมทางด้านความคิดของเขาด้วย  สร้างสรรค์ด้วยว่าจุดประสงค์อันเดียวกัน แต่สามารถทำได้หลายๆ รูปแบบ  ขออนุญาตไล่ไปทีละเล่ม จะได้เห็นว่าขบวนการของการทำมันต้องเป็นขั้นตอน มีผู้ปกครองเคยมาปรึกษาว่าจะใช้หนังสือเล่มไหนก็ได้ หรือจะใช้หนังสือเล่มไหนดี บางครั้งไปหยิบตามที่ตัวเองชอบ อันนี้ไม่ได้นะคะ เพราะบางครั้งที่ผู้ปกครองชอบเด็กทำไม่ได้ หรือบางทีเด็กเขาชอบเพราะเขาดูแค่หน้าปก แต่พอเอาไปทำ ทำไม่ได้ เพราะข้างในมันไม่เหมาะกับวัยของเขา ผู้ปกครองหรืออาจารย์มีส่วนที่จะช่วยเลือก คัดสรรให้เหมาะกับวัย เมื่อสักครู่ท่านประธานฝากมาว่าอยากจะเห็นเด็กเป็นคนที่ดี  เพราะฉะนั้นลักษณะนิสัยที่ดีของเด็กวัยนี้ต้องรีบปลูกฝัง ปลูกฝังเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเมื่อนั้น  เพราะการเรียนการสอนก็จะสะดวกด้วยในห้องของเรา  ถ้ามีเด็กดีเยอะจะสอนง่ายกว่า  จะไม่ค่อยมีปัญหา

 เล่มที่สอง จะเริ่มรู้จักพยัญชนะและตัวเลข จะให้เด็กรู้จักพยัญชนะ ในลักษณะของการลากผ่าน โดยให้เด็กได้หัดสังเกตและลากเส้น จะเป็นการฝึกกล้ามเนื้อด้วย ได้กระบวนการฟังและกระบวนการคิดออกมาด้วย และหนังสือเตรียมความพร้อมลักษณะบูรณาการนั้นเราจะเอาหลายๆ วิชามารวมกันในเล่ม เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าเลข  ไทย  เชาว์  วิทยาศาสตร์  ความรู้รอบตัว  กระบวนการคิดต่างๆ  จะรวมอยู่ในนี้มันจะมีขั้นตอนต่อเนื่องกัน  ตัวเลขรูปแบบก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ  จะเป็นประโยคอะไรที่มันยาวขึ้น  ต้องคิดต้องดูรายละเอียดของภาพ  อันนี้คิดหมดเลย  เด็กต้องดู  ต้องคิดเอง  เริ่มให้คิดโดยที่ไม่มีคำสั่งแต่ละข้อ  อย่างทักษะของการสังเกตสิ่งแวดล้อมแล้วก็เน้นพวกกระบวนการคิดให้เขาด้วย  เพราะเดี๋ยวจะสังเกตว่าภาพเล่มต่อๆ  ไป  ก็จะมีลำดับเหตุการณ์จะต่างกัน  จะเห็นว่ามันยุ่งยากมากขึ้น อนุกรม  สี  และ  ทิศทาง  เราเริ่มเอาเข้ามาแล้วในเล่มที่สาม 

เล่มที่สี่ เป็นเรื่องของภาพและคำ เขาจะต้องนำสติ๊กเกอร์มาติดให้ตรงกับคำที่มีอยู่ตรงจุดประ การเรียนรู้ตำแหน่งของการเปลี่ยนไปของรูปทรงของตำแหน่งที่วาง เด็กจะได้ภาษา ได้คำพยัญชนะต่างๆ ก็จะบอกไว้ว่าในเล่มก็จะมีพยัญชนะตั้งแต่ตัวอะไรถึงตัวอะไร  และทักษะการฟัง ก็จะเริ่มยากขึ้น 

เล่มที่ห้า  เป็นเรื่องเกี่ยวกับโรงเรียน  อันนี้จะเป็นการเปรียบเทียบเรื่องจำนวน  คำสั่งจะเริ่มซับซ้อนขึ้น  จากที่เป็นคำสั่งเดียวก็จะต้องมาหาอีกว่าในคำสั่งมีอะไรที่สั่งให้เขาทำเพิ่มอีกบ้าง  ต้องเรียนรู้การแยกสิ่งของเครื่องใช้ 

เล่มที่หก  การเรียกชื่อสัตว์ต่างๆ  สติ๊กเกอร์ใช้น้อยลง  จะใช้การลากเส้นโยงเส้นใช้กล้ามเนื้อมือมากขึ้น  อันนี้เราก็ต้องเอาสิ่งที่อยู่รอบตัวเด็กมาให้เด็กเรียนรู้ด้วย เด็กเล็กนั้นจะเน้นเรื่องการฟัง ฟังคำสั่งเป็น  ฟังแล้วจับประโยคได้  จากประโยคที่สั้นๆ  จนไปถึงประโยคยากขึ้น 

เล่มที่เจ็ดเป็นการใช้กล้ามเนื้อมือ พยามใช้กล้ามเนื้อมือโดยการตัดกระดาษมาติดบนภาพขึ้น การสังเกตมองภาพที่ต่อเนื่อง เช่น ภาพแรกเป็นภาพเด็กผมยุ่งๆ เพราะฉะนั้นภาพต่อไปควรจะเป็นภาพอะไร ก็จะเป็นภาพเด็กหวีผมต่อไป 4 – 5 ขวบ อนุบาล 2 เริ่มที่จะเขียนตัวเลข  หลังจากที่เราเตรียมมาทั้งหมดเจ็ดเล่ม  เราจะเริ่มแล้ว  เพราะฉะนั้นก็จะเห็นว่าการเขียนตัวเลขก็จะมีขั้นตอนอีก  ก่อนที่จะเขียนก็จะต้องรู้ (ตัวอย่าง) เริ่มจากจุดลงมาหาดาวแล้วเขาก็เติมเอง  จะเห็นว่าไม่มีตัวจุดประเลย  ในเล่มที่ผ่านมานั้นไม่มีเลยที่จะให้เด็กเขียนตามจุดประ  เพราะว่าจุดประนั้นจะทำให้เด็กเครียด  เพราะมันจะเกร็ง  ทำให้เด็กไม่อยากเรียน  เกลียดหนังสือตามมา  และมันก็ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรมากเพียงแค่เขียนตามจุด  เราน่าจะมีวิธีการที่จะทำให้เด็กได้ฝึกกล้ามเนื้อมือและพร้อมเขียนได้เร็ว  จากที่สอนมาสามสิบกว่าปีจะไม่เคยจับมือเด็กเขียนเลย  แต่จะอาศัยกิจกรรมทั้งนั้น  และเด็กจะสนุกจริงๆ  และถ้าเราจะสอนเด็ก ควรจะให้เด็กได้เล่นก่อนที่จะมาทำแบบฝึกจำพวกนี้จะดีมาก รวมไปถึงการฝึกให้เด็กได้สังเกต การนับจำนวนที่เท่ากับภาพ

เล่มที่สอง การนับจำนวน  การแบ่งครึ่ง  การใช้สายตา การมอง การคาดคะเนสิ่งรอบตัว  ยาว-สั้น  ให้เด็กได้เรียนรู้  ทักษะการฟังและการคิด  เช่น  พ่อจะตัดต้นไม้จะใช้อะไร หรือ พี่อยากอ่านหนังสือเก่งจะต้องทำอย่างไร  เด็กจะต้องคิด

เล่มที่สาม  จะเห็นว่าการเขียนตัวเลข 1 – 10 ในบัตรว่างที่ตัวสัตว์ เด็กก็จะชอบเรียนรู้เกี่ยวกับตำแหน่งใส่เครื่องหมายถูกในช่องซ้ายหรือขวา  จะเป็นการเรียนรู้ในเรื่องซ้ายขวา  การสังเกตุการลากเส้นได้ถูกต้อง เป็นเรื่องของการคิดอย่างมีเหตุผล  การสอนเด็กจะต้องมีตัวอย่างให้เขาเรียนรู้  ไม่เช่นนั้นเขาก็จะเบื่อ  เพราะฉะนั้นเนื้อหามันก็จะสอนกันไปในตัว 

เล่มที่สี่  เรื่องของตัวเรา  อันนี้จะเริ่มทักษะในการฟังที่จะบูรณาการเข้ากับรูปทรง  มิติสัมพันธ์  ควรให้เด็กเล่นไม้บล็อกบ่อยๆ  เขาจะคุ้นเคยกับรูปทรง 

(ร้องเพลง)

เล่มที่ห้า  การสังเกตุภาพเหมือน จะเริ่มมีรูปแบบไม่เหมือนกับระดับอนุบาลหนึ่ง  จะเห็นเป็นบางส่วน  ไม่เห็นหมด  เริ่มมีการนับและวงตัวเลข  เริ่มยากขึ้น 

เล่มที่หก  เริ่มเป็นนิทาน  แล้วก็เขียนคำ  ทักษะการฟัง  การคิด  แล้วสรุปเรื่องราวเป็นภาพ  โดยเด็กจะต้องมาวาดภาพและคิดทางด้านคณิตศาสตร์  อนุกรมก็จะนำมาบูรณาการกับเชาว์  การเรียนรู้เกี่ยวกับคน  อาชีพ  การเรียนรู้เกี่ยวกับภาพลายเส้น  จะยากขึ้นเรื่อยๆ  เรื่องของตำแหน่ง  แล้วก็จะเป็นเรื่องของการเขียนคำศัพท์  เติมในช่องว่าง  ฝึกความคิดสร้างสรรค์  มันจะยากขึ้น

เล่มที่เจ็ด  การฟัง  การอ่านคำ  การฝึกสังเกตุ  ฝึกการตัดสินใจ 

สำหรับอนุบาลสามจะเริ่มเห็นเป็นคำออกมาแล้ว  เด็กจะต้องเขียนและต้องวาดภาพ  ต้องทำอะไรเอง  ทดลองเอง  จะเป็นเรื่องครอบครัวของฉัน  การมองท่าทาง  เรียนรู้เกี่ยวกับอารมณ์  ฝึกให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์  เช่น  ลากเส้นไปร้านหนังสือโดยไม่ซ้ำเส้นทางเดิม  การฝึกให้เด็กคิดบ่อยๆ  เด็กจะแก้ปัญหาเป็นตั้งแต่เล็ก  ฝึกการออกแบบ  ใช้ปริศนาคำทายเข้ามาช่วยด้วย  เช่นปัญหาอะไรเอ่ย  ทักษะการฟังจะมีประโยคยาวขึ้น  ภาพมากขึ้น  การใช้ภาษาคำต่างๆ  มากขึ้น ก็จบในระดับ อนุบาล 1,2,3 ไม่ทราบว่ามีท่านใดมีคำถามจะถามหรือไม่ค่ะ 

ผู้เข้าร่วมสัมมนา  : อาจารย์ใช้เวลาแต่งบทเรียนชุดนี้ใช้เวลานานเท่าไร?

ผศ.สุนีย์ :ประมาณ 4 เดือน  เพราะว่าเรามีข้อมูลอยู่แล้ว  และคลุกคลีกับเด็กอยู่เป็นประจำเราจะรู้และเตรียมการสอนตามขั้นตอนอยู่แล้ว  เพียงแต่เราจะเอามาปรับยังไงให้มีกระบวนการคิดมากขึ้น

ผู้เข้าร่วมสัมมนา  : มีทั้งหมดกี่เล่มคะ

ผศ.สุนีย์ 21 เล่มค่ะ การใช้แบบฝึกสำหรับเด็ก อยากฝากไว้ว่าเวลาใช้มันจะเป็นลักษณะที่เป็นภาพ ถ้าอาจารย์สามารถที่จะให้เด็กไปเล่นได้ อย่างเช่นไม้บล็อก หรือภาพต่างๆ ที่สามารถเอามาให้เด็กดูได้ ของจริง อาจารย์ให้เด็กดูด้วยนะคะ เด็กจะเข้าใจได้ดีขึ้น

                    ในฐานะที่เป็นครูเหมือนกัน เราก็จะมาสอนให้เด็กเป็นคนดี เก่ง ดี และมีสุขด้วย เพราะฉะนั้นการทำแบบฝึกชุดนี้ออกมา เพื่อจะให้เด็กได้มีความสุขอย่างที่บอกไปตั้งแต่แรกแล้ว สุขด้วย สนุกด้วย และรู้จักคิดเป็นด้วย จุดใหญ่ของหนังสือชุดนี้ อนุบาล 1-3 ต้องสนุกอย่างได้ความรู้และมี

จำนวนผู้เข้าชม 515    
ชื่อผู้ใช้/อีเมล :  
รหัสผ่าน :  

www.praphansarn.com