เพลงบรรเลง | เพลงมีเสียงร้อง
ดวงเดือน บุนยาวง… ซีไรต์ลาว ’49 โดย...วิรุฬหกกลับ

ดวงเดือน บุนยาวง… 

ซีไรต์ลาว ’49

 
 
 
 
          ดวงเดือน บุนยาวง  เป็นนามของนักประพันธ์เจ้าของรางวัลซีไรต์ปี 2549 จากฝั่งลาว โดยที่เธอคว้ารางวัลนี้จากผลงานเรื่อง อาถรรพ์แห่งพงไพร
             ดวงเดือน บุนยาวง  จบการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ที่วิทยาลัยฝึกหัดครูดงดอกในประเทศลาวก่อนที่เธอจะได้รับทุนเพื่อไปศึกษาต่อในประเทศฝรั่งเศส  ปัจจุบันนอกจากเธอจะเป็น ที่ปรึกษาระดับชาติของโครงการพัฒนาหลักสูตรครู  กระทรวงศึกษาธิการของลาวแล้วเธอยังมีสำนักพิมพ์เล็กๆชื่อ ดอกเกด ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับที่เธอใช้เป็นนามปากกาสำหรับประพันธ์นวนิยาย

          ดวงเดือน  บุนยาวง เริ่มเขียนหนังสือมากว่า 30 ปีแล้ว เธอบอกว่าจุดเริ่มของการจับปากกาของเธอนั้นก็เหมือนกับนักเขียนทั่วๆไปที่อ่านเยอะๆแล้ว ทำให้ความคิดที่เก็บงำอยู่ภายในอยากจะแสดงตัวตน อยากจะแสดงรูปลักษณ์ของตัวเองออกมาบ้าง

           เริ่มเขียนหนังสือ  ก็คงจะเหมือนกับคนอื่นๆคือพออ่านเยอะเข้า  ก็อยากพูดอยากบอกสิ่งที่อยู่ในใจของตัวเองแปรออกมาเป็นตัวหนังสือ  แล้วอีกอย่างหนึ่งคือการที่ลาวมีสงครามกลางเมือง มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง  สิ่งเหล่านี้มันทำให้เราเกิดแรงกระตุ้นจากภายในทำให้อยากเขียนอยากถ่ายทอดออกมา

-  บรรยากาศการอ่านหนังสือในประเทศลาว

ก็ไปเรื่อยๆนะ  ถ้าเทียบกับของไทยยังห่างไกลกันเยอะที่ลาวยังไม่มีงานมหกรรมหนังสือ งานสัปดาห์หนังสือ เหมือนอย่างไทยจัด แต่ที่ลาวพอมีกิจกรรมต่างๆ เช่นงานวันเด็ก หรืองานเทศกาลอะไร ก็จะมีหนังสือมาร่วมกันขายนะ คนมารวมกันก็เยอะเหมือนกันแต่ก็ไม่ถึงกับเยอะขนาดที่สำนักพิมพ์ทุกสำนักพิมพ์มารวมตัวกันอย่างประเทศไทย

-  บรรยายกาศของวงการการหนังสือของลาว

ก็ไปแบบเรื่อยๆเหมือนกัน และก็ต้องถือว่ายังห่างกับไทยเยอะ  ที่ลาวไม่ค่อยมีสำนักพิมพ์ที่พิมพ์หนังสือออกมาขายแบบนี้ คือมันจะมีทั้งสอบแบบนั้นแหละทั้งทำเองทั้งเป็นสำนักพิมพ์ การทำกันเองมันก็ดีเพราะมีเป็นโอกาสของนักเขียนใหม่ๆที่เขาจะได้นำผลงานของตัวเองออกมาเผยแพร่  การทำหนังสือในประเทศลาวถ้าจะทำเป็นธุรกิจก็คงยาก  คือมันต้องอาศัยความรักความชอบส่วนตัวด้วย  ร้านหนังสือในลาวก็เหมือนกันไม่มีร้านที่เปิดขึ้นมาเพื่อขายหนังสือโดยเฉพาะแต่หนังสือจะไปวางขายรวมกับสินค้าอื่นๆ

-  หนังสือแปลรุกเข้าไปในตลาดหนังสือของลาวบ้างไหม

ยังไม่ค่อยมีที่ไหนที่ทำจริงๆจังๆ  ที่ตั้งสำนักพิมพ์ขึ้นมาแปลงานต่างประเทศโดยเฉพาะ  แต่หนังสือแปลก็พอมีให้อ่านบ้างเหมือนกัน

-  ตอนนี้ทำอะไรอยู่บ้าง

ตอนนี้นอกจากเขียนหนังสือส่วนตัวแล้วยังเป็นหนึ่งในคณะกรรมการส่งเสริมการอ่านของเยาวชน  คือจะหาหนังสือมาทำ  โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้เด็กๆอ่านและต้องการให้พวกเขารักหนังสือ  ชอบอ่านหนังสือ  ที่ทำออกมาก็จะเป็นนิทานประกอบภาพสำหรับเด็กบ้าง หรือหนังสืออื่นที่เราเห็นว่าส่งเสริมการอ่านให้กับเด็กได้  หรือไม่ก็จะเขียนหนังสือให้มีเนื้อหาเหมาะสมกับเด็กและเยาวชน อยากให้เด็กอ่านหนังสือกันเยอะๆ

- โครงการที่ทำเน้นทำหนังสือให้สำหรับเด็กอ่านอย่างเดียว?

จริงๆมันต้องทำทั้งหมด ทำทุกระดับ  คือการอ่านนี้ไม่ได้จำกัดอยู่ที่วัยเด็ก  เพียงแต่ว่า คิดว่าเด็กเป็นช่วงวัยแรกที่เราควรจะส่งเสริมนิสัยรักการอ่านให้กับเขา  พอเขาชอบอ่านหนังสือแล้วโตขึ้นนิสัยรักการอ่านก็จะติดตัวเขาไปตลอด  เหมือนกับพวกเรา ที่นี้เขาก็จะขวนขวายหาหนังสือมาอ่านเอง  

           แต่ไม่ใช่ว่ากับระดับอื่นเราจะไม่ต้องสนใจนะ  ในวัยอื่นๆเราก็ควรจะมีหนังสือให้เขาอ่านด้วย เพราะหากเกิดว่า เขาอยากจะหาหนังสือดีๆมาอ่านแต่หามาอ่านไม่ได้มันก็คงจะไม่มีประโยชน์อะไร  คือเราต้องมีหนังสือไว้รองรับความต้องการของเขาด้วย

               สำหรับโครงการที่ทำอยู่ต่อไปในอนาคตก็คิดว่าน่าจะมีหนังสือสำหรับทุกวัยแต่ตอนนี้เป็นแค่ช่วงเริ่มต้น ก็ต้องทำหนังสือสำหรับเด็กไว้ก่อนเพื่อเสริมสร้างการรักการอ่านของเขา

- หนังสือเรื่อง อาถรรพ์พงไพร เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร

 “เรื่องนี้จริงๆเขียนไว้นานแล้วล่ะ ชื่อเรื่องพอคนอ่านแล้วคงคิดไปโน่นเลยว่าต้องเกี่ยวกับอาถรรพ์ของป่า ความลี้ลับของป่า จิตวิญญาณของป่า แต่จริงๆแล้วเรื่องนี้ได้แรงบันดานใจมาจากการที่เราเคยเป็นครูมาหลายปี ก็เลยเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา  ในเล่มอาถรรพ์แห่งพงไพรก็มีเรื่องของป่าเข้ามาเกี่ยวข้องบ้างเหมือนกัน แต่หลักๆแล้วอยากสื่อสารถึงครูมากกว่า ก็พอเขียนจบได้มีโอกาสมาร่วมเป็น 1 ในคณะทำงานของโครงการพัฒนาหลักสูตรครูก็ไปเห็นเอกสารที่เขาให้ครูจากโรงเรียนต่างๆทั่วประเทศเขียนมาว่ารู้สึกอย่างไร  มีอะไรอั้นอั้นตันใจเกี่ยวกับอาชีพครูบ้าง  ก็พบว่า งานของเราไปตรงกับเรื่องราวเหล่านั้นเข้า  ก็ยิ่งดีใจที่ได้ผลิตงานชิ้นนี้ออกมา

-  ฝากถึงคนเขียนหนังสือ

    “เริ่มแรกก็คงต้องเป็นคนชอบอ่านหนังสือก่อนนะ  พออ่านพอสะสมเรื่องราวได้มากพอแล้วมันก็จะมีความรู้สึกอยากเขียนตามมาเอง  พออยากเขียนแล้วก็ต้องลงมือเขียน  ส่วนรื่องที่จะเอามาเขียนนั้น  แต่ละคนจะต่างกัน  ในช่วงที่เขียนแรกๆ  ต้องเขียนในเรื่องที่เราอยากเล่าอยากเขียนจริงๆ  คือมันจะเป็นเรื่องของความบริสุทธิ์ที่ออกมาจากใจจริงๆน่าสังเกตนะว่างานหลายๆชิ้นของนักเขียนดังๆ  จะเป็นงานเขียนชิ้นแรกๆที่พวกเขาลงมือเขียนเพราะว่าเรื่องเล่านั้นมันจะถูกกลั่นกรองออกมาจากความรู้สึกจริงๆ ไม่ได้เสแสร้งไม่ได้แต่งเติมปั้นแต่งมากไปจนไม่เหลือเค้าของความรู้สึกที่ตนเองอยากถ่ายถอดออกมา  เขาว่ากันว่านักเขียนเก่งๆเป็นคนที่เราเรื่องไม่จริงให้กลายเป็นเรื่องจริงได้ แต่สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มเขียนอยากให้เขียนเรื่องที่ใกล้ตัวเรื่องที่มีแรงขับเคลื่อนจากภายในดีกว่า  เพราะเรื่องเหล่านี้เราสามารถถ่ายทอดออกมาจากความจริง  ออกมาจากความรู้สึกภายใน ซึ่งมันจะเป็นงานที่บริสุทธิ์

            ก่อนจบบทสนทนา ณ โรงแรมหรูริมฝั่งเจ้าพระยาในวันนั้น ดวงเดือน บุนยาวง นักเขียนหญิงเจ้าของรางวัลซีไรต์ลาว ปี 49  ฝากถึงเพื่อนนักอ่านชาวไทยสั้นๆว่า

  “คือลาวกับไทยเป็นบ้านใกล้เรือนเคียงกันสิ่งที่น่าดีใจคือทั้งสองประเทศนี้อ่านภาษาของกันและกันได้เข้าใจ ไม่ต้องตีความมมาก  ก็อยากให้ลองอ่านหนังสือของภาษาลาวดูบ้าง  ซึ่งมันอาจจะทำให้คนไทยพบกับเรื่องราวหรือ สิ่งที่น่าสนใจบ้างอย่างอยู่ในหนังสือภาษาลาวก็ได้ 

             สำหรับใครที่อยากลองอ่านหนังสือภาษาลาวดูบ้าง ตอนนี้หาไม่ยากแล้ว เมื่อวานนี้(10 ตุลาคม 2549ทางสำนักพิมพ์แม่โพสพเพิ่งจะจัดงานแถลงข่าวเกี่ยวกับการจำหน่ายหนังสือภาษาลาวในประเทศไทยไป ใครอยากลองอ่านก็ลองแวะไปที่ ร้านหนังสือแม่โพสพ ในสหกรณ์กรุงเทพ สาขาปิ่นเกล้า(เยื้องห้างพาต้า) ได้ครับ

จำนวนผู้เข้าชม 547    
ชื่อผู้ใช้/อีเมล :  
รหัสผ่าน :  

www.praphansarn.com